ข้อความโดย: มดเอ๊กซ
« เมื่อ: มกราคม 13, 2017, 03:16:17 am »
รีวิวการ์ตูนอะนิเมะญี่ปุ่น Your Name: หลับตาฝันถึงชื่อเธอ
นาทีนี้ไม่มีหนังเรื่องไหนมาแรงแซงทุกโค้งเท่าภาพยนตร์อนิเมชั่นของญี่ปุ่น “Your Name: หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ” ของผู้กำกับ Makoto Shinkai อีกแล้ว โดยการ์ตูนเรื่องนี้ทำรายได้ถล่มทลายและครองแชมป์อันดับหนึ่งใน Box Office ประเทศญี่ปุ่นถึง 9 สัปดาห์ติดต่อกัน!
เรื่องย่อ Your Name
Your Name เป็นเรื่องราวปาฏิหาริย์ระหว่างของคนสองคนที่ไม่เคยรู้จักกัน มิตสึฮะ (โมเนะ คามิชิราอิชิ) เด็กสาวชนบทผู้มีความฝันที่อยากไปใช้ชีวิตในเมืองกรุง และ ทากิ (ริวโนะสุเกะ คามิกิ) เด็กหนุ่มในโตเกียวผู้ทำงานพิเศษที่ร้านอาหารอิตาเลียนและมีความสามารถในการวาดรูป
ในขณะที่พวกเขากำลังหลับฝัน ทั้งสองสลับร่างกันในโลกของความเป็นจริง จึงต่างเดินทางเพื่อไขความลับของความฝันและตามหากันและกันแม้ว่าพวกเขาจะจำชื่อของกันและกันไม่ได้ก็ตาม
เคยรู้สึกผูกพันกับใครสักคนทั้งที่ยังไม่เคยเจอกันหรือเปล่าคะ?

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Your Name
โดยปกติเราเป็นคนที่ไม่อะไรกับการ์ตูนหรือหนังญี่ปุ่น แต่ Your Name: หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ เป็นหนึ่งในข้อยกเว้นนั้น ตั้งแต่ ณ ขณะที่ตั้งหน้าตั้งตาดูหนังเรื่องนี้อยู่ในโรง เรารู้ได้ทันทีเลยว่า เราตกหลุมรักหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ยังดูไม่ทันจบ
Your Name เป็นหนังที่ดีต่อใจ สนุกครบรส มีทั้งความน่ารัก ความตลก ความซึ้ง ความเหงา ความโรแมนติก และในขณะเดียวกันก็ยังมีประเด็นสะท้อนสังคม ค่านิยม และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่ลึกซึ้งมากมาย เช่น ดาวตก เส้นด้าย

พล็อตเรื่องสลับร่างหรือการตกหลุมรักคนที่ยังไม่เคยพบเจอที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องแฟนตาซี แต่กลับมีความใกล้ตัวเราจนเราแอบหวังว่ามันอาจจะเป็นจริงก็ได้ก็ดี เพราะคนเราปกติแล้ว ไม่ว่าจะฝันดีหรือฝันร้ายอย่างไร จะอยากตื่นหรือไม่อยากตื่นอย่างไร สุดท้ายเราก็แทบจำความฝันหรือปะติดปะต่อเรื่องราวในความฝันนั้นแทบไม่ได้เลย ไม่ช้าก็เร็ว ความฝันนั้นก็ค่อย ๆ ถูกลืมเลือนลางหายไป
โดยพื้นฐานทาง physical สองตัวละครเอกที่สลับร่างกันต่างแตกต่างกันด้วยเพศสภาพ ร่างกาย และลักษณะนิสัยหรือบุคลิกภาพ พอผู้ชายไปอยู่ในร่างผู้หญิง หรือผู้หญิงไปอยู่ในร่างผู้ชาย มันมีความแปลกเกิดขึ้นในสายตาคนรอบข้าง เช่น คนมองผู้หญิงที่ก้าวร้าวเตะโต๊ะอย่างไร รวมถึงหนังยังสะท้อนด้วยว่า ผู้ชายทั่วไปมักกระทำกับผู้หญิงเสมือนวัตถุทางเพศอย่างไรบ้าง
นางเอกของเรื่องมีพ่อเป็นนายกเทศมนตรีและเกิดในตระกูล (ฝ่ายแม่) ผู้ที่ต้องดูแลศาลเจ้าประจำเมือง เธอมักเป็นที่จับตาของผู้คน ใคร ๆ ต่างก็เพ่งเล็งเธอ ตัดสินเธอ และวิจารณ์เธอต่าง ๆ นานา ในขณะเดียวกัน เราก็จะได้เห็นอีกว่าตัวละครแต่ละรุ่นต่างมีความคิด ความเชื่อ และค่านิยมแตกต่างกัน คนหนุ่มสาวก็จะมองวัฒนธรรมเก่าว่าแปลกล้าสมัย คนรุ่นเก่าก็มีความคาดหวังจะให้ลูกหลานอนุรักษ์ความเชื่อและประเพณีดั้งเดิมนั้นไว้สืบไป เช่น ความเชื่อเรื่องมิซูบิของคุณยาย เกี่ยวกับเรื่องพระเจ้า วิญญาณ ยมโลก และกาลเวลา

ตัวละครเอกทั้งสองมีวิถีชีวิตที่ค่อนข้าง contrast กันเห็นได้ชัด นางเอกเป็นเด็กสาวชนบท อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกลความเจริญ แม้แต่ร้านคาเฟ่สักร้านก็ยังไม่มี เลิกเรียนก็กลับบ้าน มาช่วยยายดูแลศาลเจ้าและถักเชือก ต่างกับพระเอกที่ใช้ชีวิตในโตเกียว เมืองหลวงที่วุ่นวาย เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก การคมนาคม ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา
ถึงแม้ไลฟ์สไตล์ที่หรูหราสะดวกสบายและโอกาสก้าวหน้าทางอาชีพการงานในอนาคตในเมืองหลวงเป็นปัจจัยดึงดูดชั้นดีของคนรุ่นใหม่ในแทบทุกหย่อมหญ้า แต่ก็น่าสังเกตว่าครอบครัวของพระเอกก็แทบไม่ได้ทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากัน และเขาเองก็ต้องทำงานพิเศษที่ร้านอาหารหรูหลังเลิกเรียนเพื่อหารายได้เสริมมาใช้จ่ายเพื่อไลฟ์สไตล์ของตัวเองอีกทีหนึ่ง
องก์สุดท้ายจะมีความคล้ายหนัง Back to the Future หน่อย แต่เราก็รู้สึกโอเค เพราะองก์นี้เริ่มเน้นพาร์ทโรแมนติกละ ซึ่งถึงแม้จะเป็นรักที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคนในฝันหรือเนื้อคู่หรือครึ่งชีวิต แต่หนังกลับไม่ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องมโนเพ้อฝันแต่อย่างใด ตรงกันข้าม หนังกลับทำให้เรารู้สึกเชื่อว่ามันเป็นไปได้จริง มันเหมือนความฝันที่เหมือนจริงอย่างเหลือเชื่อ มันคือความผูกพันที่งดงามเหนือคำว่าปาฏิหาริย์ และทำให้เราอยากช่วยลุ้นทุกวินาทีที่จะให้ทั้งสองพบกันจริง ๆ

ตลอดเรื่องเราจะเห็นช็อตการเปิดประตูบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะประตูบ้านหรือประตูรถไฟฟ้า แต่ไม่ใช่ประตูในมุมหรือด้าน “กว้าง x ยาว” ที่เราพบเห็นตามภาพปกติ แต่เป็นประตูตรงส่วน ความหนาหรือความลึก ส่วนที่อยู่ตรงรูช่องว่าง (gap) ระหว่างขาเข้ากับขาออก ความหนาส่วนไม่กี่มิลลิเมตรที่คั่นกลางระหว่างฝั่งหนึ่งกับอีกฝั่งหนึ่ง
ถ้าประตูที่กั้นกลางนั้นเป็นอุปสรรค (barrier) หรือช่องว่าง (gap) ระหว่างคนสองคนหรือคนสองกลุ่ม ประเด็นสำคัญมันคงไม่ใช่แค่การพบกันครึ่งทางแล้วเท่านั้น แต่มันต้องมีความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายที่จะก้าวข้ามไปหาหรือเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
เพราะในเรื่องของความสัมพันธ์ หากมีแค่คนหนึ่งคนเดียวที่รู้สึก หรือมีแค่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียวที่เป็นฝ่ายพยายาม ความผูกพันก็อาจจะไม่มีวันเกิดขึ้น และความฝันก็คงไม่มีวันเป็นจริง
โดยสรุป Your Name: หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ เป็นอะนิเมะที่สนุกมาก ดีงามทั้งงานภาพ บทหรือเรื่องราว และเพลงประกอบ กล้าพูดเลยว่านี่คือหนังที่งดงามไร้ที่ติ และจะตราตรึงอยู่ในใจไม่รู้ลืม
คะแนนตามความชอบส่วนตัว 10!10! 10!
จาก http://www.kwanmanie.com/your-name-review/

เล่าหนังใหม่ : Kimi no Na wa (Your Name) : จักรวาลความรักฉบับชินไค
หลังจากที่ตั้งตารอหนังของชินไคเรื่องนี้มานานหลายเดือน ในที่สุดก็ได้โอกาสเข้าฉายที่บ้านเราสักที ถึงแม้ว่าจะมีการเลื่อนรอบไปมา แต่สุดท้ายก็ลงเอยเป็นวันที่ 10 พฤศจิกายนจนได้ บวกกับกระแสวิจารณ์ที่มาแรงเหลือเกิน จนทำให้เปิดโรงฉายมากขึ้นจากเดิม ซึ่งถ้าทำรายได้ดี ก็ถือเป็นเรื่องน่าดีใจที่คนไทยอาจมีโอกาสได้เห็นอนิเมะชั้นดีจากประเทศญี่ปุ่นมาฉายอีกเรื่อยๆก็เป็นไปได้ อย่างเรื่อง Koe no Katachi หรือ รักไร้เสียง ก็เป็นอีกเรื่องที่ดังมาก (และน่าดูมากกก) ในช่วงที่ผ่านมาเหมือนกัน แต่เท่าที่เห็นก็ยังไม่มีการเอามาฉายที่ไทยคงเพราะกระแสอาจไม่ปังเท่า Your Name รึเปล่า? ก็ได้แต่หวังว่ากระแสรอบนี้จะเกิดคลื่นลูกใหม่ พาให้โรงภาพยนตร์ใหญ่ๆเปิดรับงานอนิเมชั่นดีๆมาให้คนไทยได้เปิดหูเปิดตากันมากกว่าเดิม
Kimi no Na wa - Your Name - หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นอีกเรื่องในการกำกับของ Makoto Shinkai ซึ่งถือเป็นสุดยอดปรมาจารย์การลงแสงและสีชื่อกระฉ่อนอย่างมากในยุคนี้ จากผลงานสร้างชื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น Voices of a Distant Star, 5 Centimeters Per Second, The Garden of Words ล้วนเป็นผลงานถูกประเมินคุณค่าด้านงานศิลป์รวมไปถึงงานภาพยนตร์ไว้อย่างสูง โดยเฉพาะงานด้านภาพที่ทำออกมาได้อย่างงามหยด นวลตา สมจริง อบอุ่น น่าทึ่ง สีครบ จัดจ้าน (แนะนำให้ร้านขายทีวีนำไปเปิดลูป) เพราะภาพออกมามีน้ำหนักและรายละเอียดที่คนวาดได้ใส่ลงไปอย่างตั้งใจ จนออกมาเป็นฉากที่สวยงามจนต้องตกใจว่านี่อนิเมะหรือภาพจริงกันแน่ เรียกได้ว่าโดนสะกดให้ดูเพลินเกินจะบรรยายจริงๆ ที่สำคัญคือการได้ดูในโรงภาพยนตร์จะเปิดประสบการณ์ด้านภาพ ให้เราได้สัมผัสถึงความคมชัดของรายละเอียดต่างๆ ที่จอทีวีบ้านไม่สามารถเอื้อมถึงได้อย่างแน่นอน
พูดถึงด้านภาพ ... (ไม่สปอย)
งานภาพของชินไคคือเวทย์มนต์ที่สะกดคนดูให้เดินทางไปกับมัน ต้องยอมรับเลยว่า Your Name เป็นอนิเมะที่ 'ภาพโคตรสวย' (ผมถือว่าเป็นอนิเมชั่นที่ภาพสวยที่สุดในโลกแล้ว ณ ขณะนี้) ใครที่อยากเห็นลายเส้นสไตล์ชินไคไม่มีผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ลายเส้นการลงสีรวมถึงการลงรายละเอียดของแสงตลอดทั้งเรื่อง ที่ได้เรียกว่า 'นิดหน่อยก็เอา' ยังคงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชินไคที่ยากจะมีใครเลียนแบบ ไม่ว่าจะแสงสะท้อนจากเงาน้ำ ตึกรามบ้านช่อง รัศมีสะท้อนของแสงแดด (flare) แสงสะท้อนของรถไฟ หยดฝนที่ตกลงมาจนเกิดแอ่งน้ำ ทุกองค์ประกอบเล็กๆน้อยๆของเรื่องที่คนดูแทบมองไม่ทัน แต่พี่แกเก็บเรียบทุกกระเบียดนิ้ว หนังจึงออกมาเหมือนภาพวาดที่ร้อยเรียงต่อกันจนเป็นเรื่องราว ไม่ว่าเราจะเคาะหยุด frame by frame ตอนไหนมันก็ออกมาสวยทุกภาพจริงๆ ในส่วนนี้ต้องยอมใจทั้งตัวอาจารย์และทีมงานมากที่ทุ่มเทใส่ใจกับรายละเอียดกันแบบบ้าคลั่ง คือถ้าไม่มี passion หรือ ใจรัก ขนาดนี้เชื่อเลยว่าทำไม่ได้ขนาดนี้แน่ๆ เราต้องไม่ลืมว่านี่คือภาพวาดไม่ใช่ภาพจริง การที่มีคนทำให้ภาพเหล่านี้เคลื่อนไหวและออกมาเทียบเคียงได้มากขนาดที่ทำให้คนดูลืมตัว จนคิดว่านี่เป็นภาพจริง ต้องเป็นฝีมือระดับปรมาจารย์ที่มาพร้อมทีมงานระดับหัวกระทิจนเกิดเป็นภาพยนตร์คุณภาพชิ้นนี้ขึ้นมาได้
ต้องไม่ลืมว่าลายเส้นของชินไคแม้จะเป็นอนิเมะแต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องความสมจริงแบบ 'Realistic' เป็นภาพที่ดูแล้วรู้สึกว่า 'จะเหมือนไปไหน' ภาพสถานที่ต่างๆ ทั้งในเมืองทั้งชนบท ทุกสิ่งทุกอย่างหรือเรียกง่ายๆว่ามันคือ 'จักรวาลของชินไค' การลงสีที่ดูสมจริงยังไม่พอ ยังมีการเพิ่มเฉดสีที่ทำให้ภาพออกมาดูอวบอิ่ม ชวนฝันอย่างมีสเน่ห์ เป็นภาพเสมือนจริงที่อยู่ในความทรงจำของเรา มันช่างเป็นภาพที่ชวนให้คิดถึงวันเก่าๆ สถานที่เก่าๆ บรรยากาศเก่าๆ กลิ่นของความอาลัยอาวรณ์ (Nostalgia) ลอยคลุ้งอยู่ในความรู้สึกของเราแม้หนังจะจบลงไปแล้วก็ตาม แต่ละโลเคชั่นที่หนังเลือกใช้สามารถเข้าไปอยู่ในการจดจำของคนดูได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนของพระเอกหรือนางเอก จะดาดฟ้าโรงเรียนหรือม้านั่งยาวข้างตู้กดน้ำอัตโนมัติ หรือวิวเมืองต่างๆก็ตาม เมื่อเราจำสถานที่ได้ เราก็จะจำได้ว่าเคยทำอะไรที่นี่มาก่อน เราก็จะผูกพันกับมันไปโดยปริยาย ภาพที่มีพลังของความคิดถึงอยู่ จึงเป็นสายใยที่ผูกคนดูกับหนังเรื่องนี้เอาไว้ได้อย่างง่ายดายไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม
งานองค์ประกอบภาพมาเต็มซะขนาดนี้ แน่นอนว่างาน animate ภาพให้เกิด movement ก็มาเต็มด้วยเช่นกัน ผมกำลังพูดถึงซีนต่างๆที่มีการขยับมุมกล้องให้ภาพวาดแบนๆแบบ '2D' ให้กลายเป็น 'ของจริง' โดยการเพิ่มมิติภาพให้ดูเนียนตาด้วยเทคนิค 3D Layers ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยได้ผ่านตาจากผลงานโฆษณาชิ้นนึงที่ชินไคได้ทำไว้ (ช่วงวินาทีที่ 0:17-0:19 ในคลิปที่แปะไว้ด้านล่าง) สังเกตได้ว่าเทคนิคนี้โผล่มาแค่เกือบ 2 วินาทีเท่านั้นยังสร้างความตื่นตาจนร้อง "อื้อหือออ" ได้ขนาดนี้ ก็พอจะคาดเดาได้ว่ามันต้องเป็นซีนที่ทั้งยากและใช้เวลามากแน่ๆ ซึ่งเทคนิคนี้เราจะได้เห็นอีกหลายครั้งในเรื่อง Your Name รวมไปถึงเทคนิคภาพแบบ Time-Lapse เก็บภาพการเปลี่ยนแปลงของกลางวันกลางคืน ภาพก้อนเมฆเคลื่อนไหว ที่ปกติจะตั้งกล้องไว้ทั้งวันเพื่อเก็บภาพทีละเฟรม อาจารย์ชินไคแกก็จัดมาทำเป็นอนิเมชั่นซะเลย ใจคอช่างโหดเหี้ยมอำมหิตอะไรขนาดนั้น เชื่อว่าคงมีเทคนิคอื่นที่ยากๆซ่อนเอาไว้อีกมากแน่นอน