(https://farm1.staticflickr.com/928/43085142415_76aa0a3858_b.jpg) (https://flic.kr/p/28DhBM2)IMG_00100000500055 (https://flic.kr/p/28DhBM2) by dimsam dimsam (https://www.flickr.com/photos/dimsam/), on Flickr
(https://farm2.staticflickr.com/1775/42181521620_d15a549815_b.jpg) (https://flic.kr/p/27grjN9)IMG_0006000090F (https://flic.kr/p/27grjN9) by dimsam dimsam (https://www.flickr.com/photos/dimsam/), on Flickr
(https://www.mediafire.com/convkey/b1b2/4n8byo79zv64uxz6g.jpg)
(https://www.mediafire.com/convkey/e0b1/vp7y6j53tbwqm3d6g.jpg)
(http://www.mediafire.com/convkey/6f19/dhr1bwt1xpofoki6g.jpg)
卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍 卍
(https://4.bp.blogspot.com/-B4AfdfwSrUA/V7sxr1GeALI/AAAAAAAACd0/CUSsNts5uzAYtXydAiMxVK8DdDw2IGp4wCLcB/s1600/prwheel.gif)
คำพูดที่ว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ไม่ได้เป็นการปฏิเสธว่า ที่นั่นไม่มีสุขแต่เป็นการชี้ให้เห็นความจริงอีกแง่หนึ่งที่คนเรามักมองข้ามไป คือมักเห็นแต่ว่า ความรักทำให้เป็นสุข การมองเห็นความรักแต่แง่เดียว ทำให้คนเราไม่รู้จักเตรียมใจรับมือกับความทุกข์ โดยเฉพาะเมื่อเกิดความไม่สมหวังขึ้นมาพระพุทธเจ้ามิได้ปฏิเสธความรักของปุถุชน แต่ทรงเห็นว่ามันเป็นสุขที่เจือด้วยทุกข์ เช่นเดียวกับ กามสุข ซึ่งทรงเปรียบเสมือนคบไฟที่ทำด้วยหญ้าแห้งแม้จะให้แสงสว่าง แต่ก็มีควันที่ระคายเคือง บางครั้งก็เปรียบคนที่เพลินใน{กามสุข}ว่า เหมือนกับคนถือคบเพลิงทำด้วยหญ้าแห้งเดินโต้ลม หากไม่รู้จักวาง ก็จะ
โดนไฟไหม้มือและอวัยวะต่าง ๆ อย่างไรก็ตามหากพูดถึงสัดส่วนแล้ว ทุกข์นั้นมีมากกว่าสุขเป็นเพราะเหตุนี้พระพุทธองค์จึงส่งเสริมให้เรามีความรักที่ประณีตขึ้น นั่นคือ เมตตาหรือกรุณา เพราะเป็นความรู้สึกที่เจือด้วยกิเลสน้อย มุ่งประโยชน์สุขของอีกฝ่ายยิ่งกว่าผลประโยชน์ของตนเอง ไม่ปรารถนาการครอบครอง หากเรามีความรักแบบนี้มาก ๆ เราจะทุกข์น้อยลง นอกจากเราจะเป็นสุขแล้ว ยังทำให้อีกฝ่ายเป็นสุขอย่างแท้จริงด้วยสรุปก็คือความรักเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตก็จริง แต่เราก็ต้องเห็นมันตามความเป็นจริง ว่ามันให้ทั้งสุขและทุกข์ อีกทั้งยังมีความรักที่ประเสริฐกว่าเสน่หา นั่นคีอเมตตากรุณา
ยิ่งเป็นเมตตากรุณาของพระอริยเจ้าด้วยแล้ว ยิ่งให้แต่สุข ปราศจากทุกข์ เพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไรเช่น ล้มหายตายจากไป หรือทำตัวไม่น่ารัก ท่านก็วางอุเบกขาได้ ขณะเดียวกันเมตตากรุณาก็ไม่ได้ลดลง ดังที่ พระพุทธเจ้าตรัสว่า
พระองค์ทรงมีเมตตาต่อพระเทวทัตเท่ากับที่ทรงมีต่อ{พระราหุล}....พระอาจารย์ ไพศาล วิสาโล
http://youtu.be/nQGHF1-hFK0 (http://youtu.be/nQGHF1-hFK0)