ใต้ร่มธรรม
แสงธรรมนำใจ => หยาดฝนแห่งธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: rain.... ที่ สิงหาคม 29, 2010, 12:32:15 pm
-
ขอนำเรื่องราวดีๆอีกหนึ่งเรื่องจากหนังสือที่ได้อ่าน..ที่เมื่ออ่านแล้วก็อยากแบ่งปันเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการดำเนินชีวิตค่ะ...
"ปัญหาเป็นของชั่วคราว"
การตัดสินใจไปอยู่สวนโมกข์ครั้งนั้นเพราะมีทุกข์หนักหนา จำได้ว่าช่วงแรกๆก้เก็บปัญหาไว้ครุ่นคิดหาทางแก้คนเดียวแต่เมื่อสภาพจิตใจเลวร้ายลงเรื่อยๆก็เริ่มปรึกษาญาติมิตรเพื่อนฝูง ทุกคนแสนดีช่วยเหลือปลอบใจให้คำปรึกษา
แต่ยิ่งมีคนฟังและเห็นอกเห็นใจก็ยิ่งวนอยู่กับเรื่องของตัวเองทำให้ "ตัวฉัน" เข้มข้นขึ้น ความสงสารตัวเองก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ยิ่งสงสารตัวเองความทุกข์และปัญหาดูใหญ่โตขึ้น ความโกรธแค้น กังวล ความกลัวอนาคตปะปน ชวนกันเวียนวนอยู่ในสมอง แน่นอนว่าความคิดและการงานดิ่งวืดเหมือนลงเหว
ยิ่งคิดยิ่งทุกข์ ถึงแม้จะรู้ตัวแต่ก็ไม่สามารถตัดวงจรเร่าร้อนนั้นได้เลยตัดสินใจไปฝึกใจ พูดง่ายๆว่าไปจัดการกับ "ข้างใน" เพื่อจะได้มีพลังมาจัดการกับ "ข้างนอก"
ทุกวันนี้ยังรู้สึกขอบใจชีวิตในช่วงนั้นที่สอนให้คิดได้ว่า ถ้าใจเราไม่โง่ ไม่ว่าความเอื้ออาทร ญาติมิตร หรือทรัพย์สิน ชื่อเสียง ก็ไม่ช่วยให้เราหายทุกข์กลับจะยิ่งทำให้เรายึดติดในศักดิ์ศรีและความสำคัญของตัวเองซึ่งยิ่งยึดเท่าไรก็ยิ่งแค้นเคือง ยิ่งวนว่ายอยู่ในความร้อนที่ผลาญเผาใจ
ธรรมชาติป่าที่สวนโมกข์ก็ช่วยบำบัดทุกข์ได้อย่างมหัศจรรย์ ความสวยงามเป็นเพียงส่วนย่อย ความไม่เที่ยงแท้แน่นอนที่มีให้เห็นตลอดเวลาต่างหากที่ช่วยละลายความเร่าร้อน
กิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งที่วัดป่าคือกวาดพื้นลานด้วยไม้กวาดทางมะพร้าว "...ใบไม้ร่วงปลิวเข้ามา แม้ตรงที่หลังคาคลุมร่วงไม่หยุดกวาดเตียนไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก้ปลิวเข้ามาระเกะระกะอีกไม่หมดไม่สิ้น เจ้าต้นช่างผลิใบมารับโตรับแดด อาบฝน เล่นลม แล้วก็ร่วงให้กวาดลงดิน" เหมือนตัวเราที่เกิดมา โตขึ้น แก่ลง ในที่สุดก้หลุดร่วงจากโลกไปธรรมชาติช่วยให้เห็นความไม่คงทนของทุกสิ่ง ยิ่งเห็นชัดที่ใจก็เบาสบายขึ้นตามลำดับ...ทำไมหรือ..ก็เพราะเห็นต่อไปว่าปัญหาก็ไม่เที่ยงแท้ เราโง่เองที่ไปยึดติดจนวนเวียนเป็นวัวพันหลัก
ที่สวนโมกข์ข้าพเจ้าอยู่คนเดียวในบ้านไม้สักริมป่า เพื่อนร่วมบ้านมีทั้งหนู ทั้งแมงมุม ทั้งตุ๊กแก ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น รอบบ้านพบงู แมงป่อง กิ่งก่า ตลอดจนหมาแมวที่คนเอามาปล่อยวัด ได้เห็นว่าทุกชีวิตดิ้นรน แสวงหา..
การเกิดการตายก็เห็นอยู่รอบตัว ช่วยลดความสำคัญของตัวเองให้เหลือนิดเดียวและในเมื่อ "ตัวฉัน" ไม่สำคัญสักเท่าใด " ปัญหาของฉัน" ก็ไม่สำคัญ
สำคัญน้อยก็ยึดน้อย ปล่อยวางมากขึ้นใจก็ปลอดโปร่ง สมองโปร่งตาม จนเห็นหนทางที่จะจัดกับการปัญหา...แก้ส่วนที่แก้ได้และยอมรับส่วนที่แก้ไม่ได้ ปัญหาอะไรจะใหญ่นักหนา ในเมื่อชีวิตเป็นเพียงของชั่วคราว
ที่มาของเรื่อง: จากหนังสือ "วิชาตัวเบา" โดย คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์
ที่่มาของภาพ: ฝีมือคุณหมอเดชภูมิ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=mantadoctor
__________________
:13: :13: :13:
-
:05: ทุกปัญหาต้องพยายามใช้สติครับ ถ้าใจร้อนไปเราก็จะแก้ปัญหานั้นๆไม่ลงตัว ใจเย็นๆและสงบนิ่งมองปัญหาครับนั้นๆครับ ค่อยๆแก้กันไป
อนุโมทนาครับน้องฝน