ฝากไว้ให้คิด
กาลเวลาแต่ละวันเดือนปีที่ผ่านไป เป็นโอกาสที่จะได้ย้อนตรวจสอบบทบาทลีลาของชีวิต หากผิดพลาดจะได้หาโอกาสแก้ไข เพื่อความผ่องใสยิ่งขึ้น เรียกว่าเป็นจังหวะที่จะได้ "ทบทวนความหลัง ระวังความผิด และเตือนจิตของตน" พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้ทุกคนรู้จักพลิกบทบาทของชีวิต อุปมาคล้ายคนปิ้งปลา รู้ว่าจะไหม้ต้องพลิกกลับ ดังกลอนอุทานธรรม ท่านสอนไว้ว่า....
ปิ้งปลาหมอ งอแล้วกลับ นี่คำขำ
เจ็บแล้วจำ ใส่กบาล เร่งขานไข
ผิดแล้วจง กลับตัว เปลี่ยนหัวใจ
จะมีใคร มาวอน ไม่สอนตน
ฯลฯ
ตนเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด
ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน
ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน
ตนแชเชือน ใครจะเตือน ให้ป่วยการ
อย่าลืมว่า "ชีวิตไม่ใช่แป๊ปซี่ จึงไม่ดีที่สุด ชีวิตไม่ใช่สไปรท์ จึงไม่สดใสซาบซ่า ชีวิตไม่ใช่โคคาโคล่า จึงไม่ซ่าจนหยดสุดท้าย" ชีวิตที่ผิดพลาดย่อมทำลายโอกาสอันดีงาม คือความก้าวหน้า ชีวิตที่เซถลาเพราะไม่หันหน้าเข้าหาธรรม คนบางคน "เย็น ๆ ขยันกินเหล้า เช้า ๆ ขยันนอน กลางวันเข้าบ่อน กลางคืนเข้าบาร์" นี่แหละคือหุบเหวแห่งชีวิต ปัจจุบันมากด้วยคนนับถือพระ แต่ไม่ค่อยเชื่อถือพระ ทั้งที่เรามีพระพุทธเป็นผู้นำ มีพระธรรมเป็นแผนที่ มีพระสงฆ์เป็นผู้ชี้ แต่ชีวิตก็ยังมีปัญหา (ทุกข์)
เพราะฉะนั้น ธรรมะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อนำไปปฏิบัติ ดังพระพุทธดำรัสที่ว่า....ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจาริง แปลว่า ธรรมแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ แปลความว่า ธรรมอันบุคคลปฏิบัติดีแล้วนำสุขมาให้ แต่ตรงกันข้าม ธมฺมเทสฺสี ปราภโว ผู้ชังธรรมเป็นผู้เสื่อม รู้ธรรม ตรึกธรรม ปฏิบัติธรรม ย่อมจะให้ผล คือความสุขเป็นเนืองนิตย์ เข้าลักษณะที่ว่า "รู้แล้วคิดพิชิตศัตรู รู้แล้วปฏิบัติขจัดศัตรู" ปัญหาชีวิตทุกเรื่องล้วนมีต้นตอจาก "รู้ดีไม่ทำดี รู้ชั่วไม่เว้นชั่ว" เท่านั้น !
กราบขอบพระคุณ Fw.mail จาก พระอาจารย์วีรชน มากมายเจ้าคัฟ
ศรัทธาในสิ่งที่ค้นหา มั่นคงในสิ่งที่เป็น แบ่งปันในสิ่งที่ค้นพบ