ใต้ร่มธรรม

แสงธรรมนำใจ => หยาดฝนแห่งธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: rain.... ที่ ตุลาคม 05, 2010, 10:09:32 pm

หัวข้อ: ศีลข้อ 4 มุสา ไม่ได้แปลว่าไม่พูดปดเท่านั้น !
เริ่มหัวข้อโดย: rain.... ที่ ตุลาคม 05, 2010, 10:09:32 pm
ศีลข้อ 4 มุสา ไม่ได้แปลว่าไม่พูดปดเท่านั้น !


หลัง จากที่ผมบวชเมื่อปลายปี 50 ช่วงวันปีใหม่ ที่วัดป่าเขาน้อย จังหวัดพิจิตรแล้ว ผมก็เปลี่ยนจากการอ่านหนังสือบริหารธุรกิจหรือการตลา ด เป็นหนังสือธรรมะ และอ่านเยอะมาเป็นหลายสิบเล่ม และยิ่งได้ศึกษา ก็พบว่ามีหลักธรรมหลายอย่างที่เข้าใจไม่หมด หรือเข้าใจผิด

และคิด ไปถึงพุทธศาสนิกชนท่านอื่นด้วยว่า เสียดายที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์และได้ศึกษาธรรมะของพร ะพุทธเจ้าตั้งแต่เด็กจน โต แต่กลับไม่รู้จริงและมีแค่ส่วนน้อยที่สามารถนำมาใช้ใ นชีวิตประจำวัน ทำให้หลายคนก็ยังมีแต่ความทุกข์

และสร้างกรรมโดยไม่รู้ตัวว่าผิด ซึ่งในทางธรรมเรียกว่า มิจฉาทิฐิ หมายถึงความเห็นผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกอย่างไม่น่าเชื่อว ่าหนึ่งในนั้นคือการ เข้าใจผิดเรื่องความหมายของศีลข้อที่ 4 มุสาวาทา เวรมณี ที่เรา ๆ ท่าน ๆ ท่องมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งผมก็ลองถามเพื่อนหลายคน แทบจะตอบเหมือนกันหมดว่าหมายถึงไม่พูดปด ซึ่งถ้าเป็นช่วงก่อนบวชผมก็คงตอบอย่างนั้นเหมือนกัน รวมถึงท่านที่ได้อ่านบทความนี้หลายคนด้วย

แต่จริง ๆ แล้ว ศีลข้อ 4 มุสาวาท ไม่ได้หมายความตื้น ๆ แค่ไม่พูดปด แต่ครอบคลุมถึง 4 อย่างด้วยกัน คือ ไม่พูดปด ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบคาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อ

การพูดนินทาผิดศีลหรือไม่
มาถึงตอนนี้ หลายท่านอาจตั้งคำถามว่า ถ้าอย่างนั้น การพูดนินทาก็ไม่ผิดศีลน่ะสิ เพราะที่ว่ามา 4 อย่างไม่เห็นมีไม่พูดนินทา

แต่ถ้าคิดดูให้ดีแล้ว ตอบได้ว่า
การ พูดนินทานั้นแทบจะเป็นการพูดผิดศีลทั้ง 4 แบบ เช่น ถ้าพูดนินทาเมื่อไหร่ก็จะเข้าข่ายเป็นการพูดเพ้อเจ้อ คือ พูดสิ่งที่ไม่ก่อประโยชน์ เพราะถ้าอยากให้เกิดประโยชน์จริง ๆ ต้องกล้าตักเตือนต่อหน้าหรือหาทางอื่น เช่น ให้ผู้บังคับบัญชาตักเตือนแทน

อย่าง ที่สอง การพูดนินทามักจะเป็นการพูดส่อเสียด และถ้านินทาให้มันส์ก็ต้องใส่สีสันก็คือพูดปดนั่นเอง และร้อยทั้งร้อยก็จะมีคำหยาบคายเข้าไปผสมด้วย ดังนั้น การพูดนินทาจึงเป็นการกระทำผิดศีลข้อ 4 แน่นอน

ผลของการผิดศีลข้อ 4
และ เมื่อเราเข้าใจดีขึ้นแล้วว่ามุสาไม่ได้รวมแค่พูดปดอย ่างเดียว ก็ขอให้ลองพิจารณาต่อไปว่า ความทุกข์ที่เราท่าน ๆ เจอหรือปัญหาที่สังคมเจอส่วนหนึ่งมาจากการผิดศีลข้อม ุสาวาทนี่เอง เริ่มจากในครอบครัว พ่อแม่มักจะด่าว่าลูกโดยนึกภายในใจว่าสิ่งที่ตัวเองพ ูดมาจากเจตนาที่ดี

แต่ ปัญหาคือลูกไม่รู้เจตนาหรือความคิดของพ่อแม่ จึงมักไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ ยิ่งพ่อแม่ใช้คำหยาบคายมากเท่าไหร่ ไม่น่าเชื่อว่าลูกก็จะพลอยติดการใช้คำพูดนั้นอย่างน่ ากลัว

ท่าน ที่ยึดธรรมะเป็นหลักจึงควรใช้สติในการสั่งสอนลูกและใ ช้ถ้อยคำที่สุภาพ แต่เข้มงวดในเนื้อหาหรือพยายามใช้กุศโลบายต่าง ๆ อธิบายให้เห็นถึงเหตุผล ผมเชื่อว่าเด็กสมัยใหม่ หากพ่อแม่รู้จักเล่าตัวอย่างเหตุการณ์หรือใช้เหตุผล เค้าก็จะเชื่อฟังและนำไปไปฏิบัติได้ดี

นอกจากเรื่องการสอนลูกแล้ว ผม เชื่อว่าสามีภรรยาที่มีปัญหากันส่วนหนึ่งเกิดจากการพ ูดส่อเสียด หรือกระแนะกระแหน เช่น ภรรยาก็มักจะส่อเสียดว่าหายไปไหนทั้งวัน มีกิ๊กที่ไหน สามีฟังก็ไม่พอใจก็พูดหยาบคายกลับ และกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ทั้ง ๆ ที่สามีอาจจะยังไม่มีกิ๊กเลยก็ได้

กว้างกว่านั้น ผมพบว่าปัญหาความขัดแย้งในที่ทำงานก็ล้วนมาจากการผิด ศีลข้อ 4 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการพูดหยาบคายของหัวหน้า ทั้ง ๆ ที่เจตนาดีแต่ไม่มีใครรู้ แล้วตามติดด้วยการพูดนินทาในที่ทำงานเพราะไม่พอใจคนโ น้นคนนี้ ฝ่ายโน้นฝ่ายนี้

และร้อยทั้งร้อย คำพูดนินทาก็จะส่งต่อ ๆ กันไปถึงหูคนที่ถูกนินทาแถมยังถูกเพิ่มเติมสีสันให้ม ันปาก ก็ทำความไม่พอใจให้ผู้ถูกนินทา และโต้ตอบกันไปมาจนเป็นเรื่องใหญ่และทำงานไม่สนุก องค์กรก็แย่ลงเรื่อย ๆ

เช่น เดียวกับปัญหาระดับเมืองหรือประเทศ ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการพูดปดเพื่อให้เชื่อถือ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าในทางปฏิบัติทำไม่ได้ แต่ไม่ยอมรับความจริง จนในที่สุดประชาชนก็เบื่อหน่ายไม่เชื่อถือและไม่ให้ค วามร่วมมือกันพัฒนา เมืองหรือประเทศต่อไป

ผู้หญิงน่าจะเป็นนางฟ้าแต่กลับพลาดสวรรค์ เพราะ...
มี อีกสิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายมากในความคิดของผมทุกครั้ง ก็คือ ในการปฏิบัติธรรมหรือการไปวัดทำบุญ จะเห็นได้ว่าผู้หญิงจะให้ความสำคัญและไปร่วมกันมาก ซึ่งในทางธรรมแล้ว คนเหล่านี้ก็มีโอกาสตายแล้วเกิดเป็นเทวดาหรือนางฟ้า

แต่จากการอ่าน หนังสือและดูชีวิตจริงแล้วพบว่า ผู้หญิงมักจะมีปัญหาเรื่องการพูดผิดศีลเมื่อเทียบกับ ผู้ชาย จึงเห็นเหตุให้ไม่ถึงสวรรค์ ส่วนผู้ชายก็จะมีปัญหาเรื่องศีลข้อกาเมและสุรา จึงทำให้ตกนรกเยอะ

บทสรุป
มาถึงตอนนี้ ท่านจะเห็นได้ว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าช่างมหัศจรรย์แล ะลึกซึ้ง เพียงแค่ข้อเล็ก ๆ เพียงข้อเดียว มีความหมายลึกซึ้งและครอบคลุมทุกอย่างไม่สามารถหาสิ่ งใดมาโต้แย้งได้

ดัง นั้น ยิ่งศึกษาธรรมะและพยายามปฏิบัติธรรมควบคู่ก็ยิ่งพบว่ าตัวเองมีบุญเหลือเกิน ที่ได้เกิดมาเป็นพุทธศาสนิกชนและได้รู้จักธรรมะของพร ะพุทธเจ้า เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่พระพุทธเจ้าตรัสเป็นสิ่งที่เป็นจริงไม่สามารถหาคำ ค้านได้ ไว้ครั้งหน้าผมขออนุญาตเล่าเรื่องน่าสนุกอย่างนี้อีก ครับ
--------------------------------------------------------------------------
บทความโดย  กฤตโชค ชัยพัฒนาการ
โพสโดย  http://www.junjaowka.com/webboard/showthread.php?p=375688
__________________
หัวข้อ: Re: ศีลข้อ 4 มุสา ไม่ได้แปลว่าไม่พูดปดเท่านั้น !
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ ตุลาคม 05, 2010, 11:47:46 pm
 :13: อนุโมทนาครับน้องฝน^^