ใต้ร่มธรรม

คลังธรรมปัญญา => พรรณาอักษร => กวีนักเขียน => ข้อความที่เริ่มโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 02, 2010, 09:26:59 am

หัวข้อ: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 02, 2010, 09:26:59 am
>>>>>สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ใต้ร่มธรรมหลังจากผมได้นำเสนอบทความเรื่อง ปาฏิหารย์แห่งความรักครั้งที่ 2 ไปแล้วนั้น อาจจะมีหลายคนสงสัยว่าทำไมเรื่องราวแค่นี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปาฏิหารย์ เพราะอ่านดูแล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปสำหรับคนอื่น แต่อยากจะบอกอย่างนี้นะครับสำหรับคนอื่นแล้วเรื่องแบบนี้อาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับผมแล้วนั้นผมถือว่ามันเป็นปาฏิหารย์ก็ว่าได้ เพราะในชีวิตของผมเหตุการณ์และเรื่องราวแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมาบ่อยเท่าไหร่นัก และไม่แน่ว่าครั้งที่ 2 นี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็เป็นได้.

>>>>>ส่วนสำหรับบางคนที่สงสัยว่าทำไมถึงได้นำเสนอปาฏิหารย์แห่งความรักครั้งที่ 2 ขึ้นมาแล้วครั้งที่ 1 หายไปไหน สาเหตุที่นำครั้งที่ 2 ขึ้นมาก่อนก็เพราะว่าเรื่องที่เกิดมีระยะเวลาสั้นอาจจะทำให้การดำเนินเรื่องไม่น่าติดตาม วันนี้ผมจะมานำเสนอปาฏิหารย์แห่งความครั้งแรก โดยใช้ชื่อตอนว่า ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ

>>>>>ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมก็ยังเชื่อและยืนยันคำเดิมว่าความรักในโลกอินเทอร์เน็ทนั้นมีอยู่จริง เพียงแต่ใครจะได้เจอหรือได้สัมผัสเท่านั้น และก็อยากจะบอกย้ำอีกครั้งว่า ความรักไม่เคยทำร้ายเรา มีแต่เราที่ทำร้ายความรัก

>>>>>เรื่องราวที่เกิดขึ้นมานี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับผมและผมจะไม่มีวันลืมเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น จนกว่าลมหายใจผมจะหมดลง

ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
>>>>>ผมเป็นคน กทม โดยกำเนิด เป็นพนักงานบริษัทในกทมโดยประจำอยู่ตามไซร์งานก่อสร้าง หรือแล้วแต่ทางบริษัทจะจัดส่งไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งตัวผมก็ยังทำงานแบบนี้อยู่เพียงแต่คนละสถานที่เท่านั้นเอง ซึ่งขณะนั้นผมประจำอยู่ที่ไซร์งานในกทม ชีวิตในแต่ละวันของผมไม่ได้ตื่นเต้น หวือหวาหรือมีอะไรที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลกแตกต่างไปจากที่เป็นอยู่ทุกวัน ซึ่งคงเป็นเหมือนมนุษย์ทำงานใน กทม ทั่วๆไปคือเช้าไปทำงานและตกเย็นก็กลับบ้าน ต้องทนรับกับการจราจรที่ติดขัดรวมถึงควันพิษจากรถยนต์ แต่ใช่ว่าผมจะเจอแบบนี้คนเดียวซึ่งมนุษย์ทำงานใน กทม ทุกคนก็เป็นแบบผมเช่นกัน ผมไม่ค่อยได้มีเวลาที่จะร่วมพบปะหรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเท่าไหร่นัก อาจจะเป็นเพราะเวลาของผมนั้นค่อยข้างจะถูกจำกัดและมักไม่ค่อยจะตรงกันกับคนอื่นเนื่องมาจากงานที่ทำอยู่ จะมีแต่เพียงเพื่อนที่ทำงานร่วมกันไม่กี่คนที่พอจะได้พบปะพูดคุยหรือแม้จะสังค์สรรคบ้างเป็นบางเวลา นอกจากเพื่อนร่วมงานแล้วถือว่าน้อยมากสำหรับเพื่อนคนอื่นๆ โดยแต่ละวันนั้นผมคิดอย่างเดียวว่าจะต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด โดยไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นๆเท่าไหร่นัก ยิ่งเป็นเรื่องผู้หญิงแล้วดูจะห่างไกลจากตัวผมเหลือเกิน เรื่องแฟนนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ผมมักบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่าผมอยากมีแฟนอยากมีเหมือนคนอื่นเขาบ้าง แต่ก็นั่นแหละครับถึงผมจะอยากมีแฟนแค่ไหนก็ตามผมก็ไม่คิดที่จะไปจีบใคร คงเป็นเพราะว่าหน้าตาของผมที่มันทำให้ผมไม่กล้าเข้าไปจีบสาวคนไหน.
อ่านต่อวันพรุ่งนี้



>>>>>อาจเป็นเพราะผมไม่หล่อมั้งครับความมั่นใจและอะไรหลายๆอย่างก็เลยไม่มีไปด้วย เพราะแบบนี้ผมจึงไม่กล้าไปจีบใคร เพียงแต่หวังว่าสักวันฟ้าคงจะส่งคนที่มองเห็นข้างในตัวผมมากกว่ารูปร่างหน้าตาข้างนอกของผม เมื่อเป็นแบบนี้ผมจึงปล่อยให้เรื่องหัวใจของผมเป็นไปตามธรรมชาติ
>>>>>จากการทำงานของผมที่เข้างานตอนเช้าและเลิกงานตอนเย็น ก็สลับเปลี่ยนมาเข้างานตอนมืดและเลิกงานตอนเช้าตามสภาพของเนื้องาน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับงานของผม และนี่แหละครับเป็นจุดเริ่มต้นที่ชีวิตผมเปลี่ยนไป ซึ่งตอนนี้ผมกลายเป็นมนุษย์กลางคืนไปเสียแล้วละครับ เข้างานตอนมืดเลิกงานตีห้าเป็นแบบนี้ทุกวันเหมือนกับตอนที่ทำตอนเช้าเพียงแต่แตกต่างกันที่เวลาเท่านั้น แน่นอนละครับสำหรับงานตอนกลางคืนจะดีกว่ากลางวันก็ตรงที่งานจะน้อยกว่า ซึ่งคืนนี้ผมทำงานที่ได้รับมอบหมายแล้วเสร็จเร็วกว่าที่คิดไว้ ผมเหลือบมองดูนาฬิกาพึ่งบอกว่าเป็นเวลาตีสามเหลือเวลาอีกตั้ง 2 ชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน ผมนึกออกแล้วผมเข้าไปเล่นแชทดีกว่าอย่างน้อยผมก็คงน่าจะมีเพื่อนคุยฆ่าเวลาได้จะว่าไปแล้วก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว ผมเข้าไปที่เว็บๆหนึ่งซึ่งผมจำไม่ได้แล้วละครับว่าเป็นเวปอะไรเพียงแต่เวปนี้มีหัวข้อให้คุยแชทกันด้วย ผมจึงเข้าห้องแชทและทำการตั้งชื่อก่อนที่จะเริ่มหาเพื่อนคุย ผมใช้ชื่อว่า " หนุ่มรถไฟ " ครับ หากใครที่เคยดูซีรีย์ญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อนทางไอทีวีคงจะนึกออกนะครับ สาเหตุที่ผมใช้ชื่อว่าหนุ่มรถไฟก็เพราะว่าเป็นตัวละครพระเอกในเรื่อง ซึ่งเป็นคนที่ไม่หล่อและไม่มีความมั่นใจในตัวเองซึ่งมันเหมือนตัวผมเลย และที่สำคัญเขาก็ได้พบนางเอกซึ่งเป็นคนที่สวย ฐานะดี แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแต่ทว่านางเอกก็ยังเลือกหนุ่มรถไฟมาเป็นแฟน เพราะว่าเขาไม่ได้ดูที่หน้าตา ผมก็เลยหวังว่าซักวันหนึ่งผมคงจะโชคดีเหมือนกับหนุ่มรถไฟบ้าง นี่แหละครับคือที่มาของชื่อที่ผมใช้สำหรับการเล่นแชท หลังจากผมตั้งชื่อเสร็จแล้วเข้าระบบแชทโดยผมเลือกเข้าห้องคุยทั่วไป บรรยากาศในห้องแชทคนค่อนข้างเยอะพอสมควร มิหนำซ้ำยังเป็นการคุยรวมกันที่หน้าบอร์ดซะอีก ทำให้ข้อความต่างๆของแต่ละคนที่คุยกันปะปน ดูสับสนวุ่นวายไปหมด ผมอ่านข้อความของคนอื่นที่คุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ขอบอกนะครับว่าผมเป็นคนแปลกอย่างหนึ่งเวลาเล่นแชท นั่นก็คือผมจะไม่เข้าไปคุยกับใครก่อน ไม่ต้องสงสัยหรอกครับมันเป็นเรื่องจริง แต่ผมก็มีเหตุผลของผมนะครับคือว่าถ้ามีใครอยากคุยกับเราเขาคงมาคุยกับเราก่อน ตอนนั้นผมคิดอย่างนั้น สิ่งที่ผมทำก็คือผมพิมพ์ข้อความผ่านบอร์ดแชทว่า “สวัสดีครับ ว่างนะครับ คุยกันได้” แล้วก็รอจนกว่าข้อความจะเลื่อนหมดหน้าจอบอร์ด ผมจึงพิมพ์ข้อความเดิมเข้าไปใหม่ ซึ่งหลังจากพิมพ์ข้อความแล้วก็รอการตอบกลับ ปรากฏว่าเงียบไม่มีใครตอบกลับ จนข้อความหมดหน้าผมก็พิมพ์ประโยคเดิมเข้าไปใหม่ จนข้อความผมส่งไปสามสี่รอบก็ยังเงียบอยู่ สงสัยว่าคงจะไม่มีใครอยากคุยกับผมแล้วละมั้งคืนนี้ แต่แล้วโชคก็เข้าข้างผมมีข้อความตอบกลับมาหาผม “สวัสดีค่ะ หนุ่มรถไฟ”
 

อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>ผมรู้สึกดีใจปนกับสงสัยและคิดในใจว่าเธอคนนี้เป็นใครกัน เพราะอะไรหรือครับที่ทำให้ผมสงสัย ก็เพราะชื่อที่เธอใช้นะสิครับทำให้ผมสงสัย เพราะเธอใช้ชื่อว่า 69 ครับไม่ผิดหรอกครับ ชื่อนี้จริงๆ ผมไม่รู้ว่าใครคิดเหมือนผมหรือเปล่าแต่ในฐานะที่ผมเป็นผู้ชายผมว่าเธอคนนี้ทะลึ่งนะครับที่ใช้ชื่อนี้ หรือผมจะคิดไปเองก็ไม่รู้ ช่างเถอะครับชื่ออะไรก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยคืนนี้ผมก็มีเพื่อนคุยแล้วละ ผมคุยกับเธอเหมือนๆกับคนที่เล่นแชททั่วไปครับ คือ ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน ทำงานอะไร แล้วก็สัพเพเหระทั่วๆไป ไม่น่าเชื่อครับคุยกันไม่เท่าไหร่ก็ตีห้าแล้ว แหมมันฆ่าเวลาได้จริงๆซะด้วย ผมขอลาเธอกลับบ้านซึ่งเธอก็จะกลับบ้านเช่นกัน หลังจากนั้นผมก็กลับบ้านใช้ชีวิตปกติทั่วไปเหมือนวันอื่นๆ กลับบ้านกินข้าวแล้วก็นอน ตกเย็นก็มาทำงานเหมือนเดิมเลิกงานตีห้า แต่สิ่งที่แปลกก็คือวันนี้ผมตั้งใจเข้าไปเล่นแชทเพื่อเผื่อว่าจะได้เจอเธอคนเดิมอีก แล้วก็เป็นอย่างที่คิดครับเธออยู่ในบอร์ดแชทจริงๆ ผมบอกได้เลยว่ารู้สึกดีใจ ผมเข้าไปทักเธอและคุยกันสนิทมากขึ้นหลังจากเมื่อวานเราเคยคุยกันมาแล้วรอบหนึ่ง เราคุยกันมากขึ้นครับ คุยเรื่องทั่วไปจนถึงเวลาเลิกงานผมจึงเอ่ยขอเบอร์โทรกับเธอ ซึ่งปกติแล้วก็จะไม่ขอเบอร์ใครหรอกครับ เพราะผมไม่ได้คิดจะจีบเธอหรอกครับ เผื่อว่าตอนเดินกลับบ้านจะโทรหาเธอ อย่างน้อยก็ยังดีมีเพื่อนคุยเพราะต้องรอรถเมล์ค่อนข้างนาน เธอให้เบอร์โทรของเธอมาครับผมจดไว้ในโทรศัพท์และขอลาเธอกลับบ้าน หลังจากผมเก็บของเรียบร้อยแล้วและก็ไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเธอ เธอรับโทรศัพท์ผมจึงแนะนำตัวไปว่าจำได้หรือเปล่าว่าให้เบอร์ใครมาเมื่อกี้นี้ เธอบอกผมว่าไม่คิดว่าผมจะโทรมาจริง ทีนี้จากคุยแชทกันก็มาเป็นคุยโทรศัพท์กันแทน ผมคุยกับเธอเหมือนกับคุยแชทนั่นแหละครับ เริ่มใหม่หมดถามโน่นถามนี่เธอบอกว่าเธอเป็นคนจังหวัดระยอง แต่ครอบครัวเป็นคนโคราช เชื่อไหมครับผมคุยกับเธอจนผมนั่งรถกลับถึงบ้านเลยทีเดียว ผมจึงขอตัวอาบน้ำอาบท่าเพราะง่วงเต็มทีแล้ว ล่ำลากันแล้วบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน
อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>ชีวิตผมเริ่มเปลี่ยนไปคือไม่ได้ความว่ามันเปลี่ยนอะไรไปขนาดนั้นหรอกครับ เพียงแต่มันเพิ่มสิ่งที่ผมต้องทำขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างก็คือการโทรศัพท์คุยกับเธอนั่นเอง มันเป็นความรู้สึกที่ดีครับมีเพื่อนคุยแก้เหงาหนำซ้ำเป็นผู้หญิงซะด้วย จำได้ไหมครับที่ผมบอกว่าผมไม่หล่อจึงไม่กล้าจะเข้าไปจีบหรือเข้าไปคุยกับใคร แต่ถ้าคุยโทรศัพท์แบบไม่เห็นหน้าละก็ถึงไหนถึงกันครับ คุยได้ทุกอย่างไม่มีวันจบ ไม่มีอาการเขินอายน่าแปลกจริงๆ หลังจากนั้นผมก็โทรหาเธอทุกเช้าเป็นเวลา 3 วันผมจึงไม่ติดต่อเธอไม่โทรหาเธอ ไม่รับโทรศัพท์เธอ มันเป็นเหตุผลของผมครับ อาจจะแปลกซะหน่อยแต่ว่ามันได้ผลครับ คือผมอยากจะลองใจเธอดูครับ ว่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เป็นไปตามคาดคือเธอโทรหาผมหลายรอบ และหลายเวลาอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็ไม่รับ สุดท้ายเธอส่งข้อความมาหาผมว่า “เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ เป็นห่วงนะค่ะ” ข้อความประโยคนี้มันทำให้มีรอยยิ้มออกมาจากใบหน้าของผมเลยทีเดียว แสดงว่าเธอเป็นห่วงผมจริง(ผมคิดเองนะ) วันรุ่งขึ้นผมจึงโทรไปหาเธอและบอกกับเธอว่าผมลองใจเธอดูถึงได้ไม่รับโทรศัพท์ เธองอนผมเล็กน้อย หลังจากนั้นผมก็โทรหาเธอ เธอโทรหาผม เราคุยกันสนิทสนมมากขึ้นแทบว่าคุยกันทุกเรื่อง ปรึกษากันได้ทุกเรื่องก็ว่าได้ จากวันเป็นหลายวัน จากหลายวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์เป็นหลายอาทิตย์ จากหลายอาทิตย์ก็กลายเป็นเดือน คุยกันวันละหลายครั้ง ผมฟังจากการที่เธอคุยกับผม ผมบอกอย่างไม่เข้าข้างตัวเองเลยนะครับว่าเธอมีใจให้กับผม ผมก็มีใจให้กับเธอเหมือนกันแต่ว่าเรายังไม่เคยเห็นหน้ากันเลยนะครับ ผมจึงตัดสินใจที่จะขอรูปเธอเพื่อจะได้เห็นหน้าเธอซะทีว่าคนที่ผมคุยอยู่ทุกวันจนเป็นเดือนนั้นมีหน้าตาอย่างไร เธอส่งรูปมาให้ผมทางอีเมลล์ส่วนผมนั้นหารูปที่ดีที่สุดที่คิดว่าขี้เหร่น้อยที่สุดไปให้เธอ เมื่อเราสองคนต่างได้รับรูปของกันและกันแล้ว ผมถามเธอว่าเป็นยังไงบ้างจริงเหมือนที่บอกหรือเปล่าว่าไม่หล่อจริงๆ เธอตอบว่าไม่เห็นมีอะไรเลยก็ปกติ  ผมไม่รู้ว่าเธอแกล้งพูดหรือพูดจริงแต่มันก็ทำให้ผมสึกดีเลยทีเดียว ส่วนรูปเธอนั้นก็ปกติทั่วไปครับ เธอส่งรูปที่เธอใส่เสือสีเหลืองวันพ่อนั่งอยู่ใต้ต้นไม้เล็กๆ หน้าตาเธอก็ไม่ได้สวยหรอกครับธรรมดาปกติทั่วไปครับ แต่รู้สึกว่าเธอจะเป็นคนตัวขาวแล้วก็ผมยาว เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วตอนนี้ผมก็ได้รู้แล้วละครับว่าคุยกับใครอยู่ ผมบอกเลยนะครับว่าหลังจากที่ผมเห็นรูปเธอความรู้สึกของผมก็ยังเป็นเหมือนเดิม เหมือนเมื่อก่อนที่ยังไม่เห็นหน้าเธอ ส่วนเธอก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรมากมายกับหน้าตาของผม เรายังคงคุยกันอยู่อย่างสนิทสนมและต่อเนื่องทุกวัน ผมชอบทีจะส่งข้อความหวานๆไปให้เธอแบบให้เธอต้องได้คิด ส่วนเธอเองก็มักจะส่งข้อความมาหาผมแนวแบบว่าให้ผมต้องคิดเหมือนกัน ประมาณว่า “คนเราจะมีความรักก็ต่อเมื่อมีใครมาทำให้หวั่นไหวในหัวใจ” ผมจึงถามเธอว่าแล้วมีใครมาทำให้หวั่นไหวในหัวใจหรือยัง เธอไม่ตอบครับ ทำให้ผมต้องคิดเองเออเองละกันและวันที่สำคัญกับผมก็มาถึง  
อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>ผมจำได้ไม่มีลืมครับ วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ที่ 25 มีนาคม 2550 วันนั้นเป็นวันหยุดของผมครับแล้วก็เป็นวันหยุดของเธอด้วยครับ เราคุยกันตั้งแต่ตอนเที่ยงๆยิ่งคุยก็ยิ่งมีความสุข ผมบอกเธอว่าวันนี้ผมจะร้องเพลงให้ฟัง ความจริงแล้วเธอให้ผมร้องเพลงให้ฟังหลายครั้งแล้วครับแต่ผมยังไม่ร้องซักที ผมไม่เข้าใจเลยนะครับว่าทำไมผู้หญิงถึงอยากให้ผู้ชายร้องเพลงทางโทรศัพท์ให้ฟัง วันนี้เลยถือโอกาสร้องซะเลย ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมาก เรียกได้ว่าเป็นเพลงประจำตัวเลยก็ว่าได้ ผมจึงร้องเพลงนี้ให้เธอฟังครับ
เพลง สงสารเถอะ ของ อนันต์ บุญนาค
“อยากระบายให้เธอได้ฟังให้รู้ในใจฉันบ้าง ว่าฉันเป็นคนเดินหลงทางอยู่ในรักที่ผิดหวัง
  ให้ความรักแท้และความจริงใจ ไม่เห็นมีใครจริงจัง จึงไม่อยากจะหวังรักจริงคงไม่มี
  แต่เมื่อเจอเมื่อเธอเข้ามา เป็นเพื่อนเวลาใจเศร้า เจ็บที่เคยก็เลยทุเราไม่เคยรู่สึกอย่างนี้
  อยากจะขอร้องให้เธอเห็นใจ อยากสมหวังดูซักที ให้ฉันเจอะกับรักที่ดีจะได้ไหม
  *นึกว่าสงสารฉันเถิดเพราะฉันไม่เคยมีใคร นึกว่าสงสารหัวใจที่ไม่มีใครดูแล
   หากมีเธอซักคนใจฉันคงไม่อ่อนแอ ขอเพียงแต่แค่เธอมีฉันในใจ
หลังผมร้องเพลงนี้จบผมก็เอ่ยขอเธอเป็นแฟน ไม่ผิดหรอกครับผมขอเธอเป็นแฟนทั้งที่ยังไม่เคยเจอกันและเป็นการขอทางโทรศัพท์ด้วย หลังจากผมเอ่ยปากขอเป็นแฟนกับเธอ เธอเงียบไปครู่หนึ่งมันทำให้ผมรู้สึกใจไม่ดีเสียเลย แล้วเธอก็ตอบตกลงเป็นแฟนกับผมพร้อมเสียงร้องไห้ของเธอ ผมรู้สึกดีใจมากครับ แบบว่าบอกไม่ถูกเหมือนกัน ผมกำลังจะมีแฟนแล้ว ดีใจครับดีใจมากถึงแม้ว่าเราจะยังไม่เคยเจอหน้ากันเพียงแค่เห็นแต่ในรูปก็ตาม วันนั้นผมนั้นมีความสุขมากครับ หลังจากที่เราสองคนตัดสินใจที่จะเป็นแฟนกันแล้ว ผมก็คุยกับเธอยิ่งสนิทขึ้นอีก มีความเป็นห่วง มีความคิดถึงเพิ่มมากขึ้น ชีวิตมันช่างสดใสจริงๆเลยครับ ทุกข้อความที่ผมส่งให้เธอมีแต่ความเป็นห่วงเป็นใย มีแต่ความคิดถึงซึ่งตัวเธอเองก็เช่นกัน เราคุยกันอย่างมีความสุขทุกวัน วันละหลายครั้งเท่าที่จะมีเวลาว่างเลยทีเดียว หลายวันผ่านไปหลายอาทิตย์ผ่านไปจนล่วงเลยมาเป็นเดือน จุดอิ่มตัวก็เกิดขึ้นเราไม่ได้เลิกกันหรอกครับ แต่ว่าเธออยากจะเจอผมแล้วละครับ ใช่ครับเธออยากจะเจอผมมาตั้งนานแล้วละครับ แต่ผมเองยังไม่พร้อมครับแบบว่ากำลังทำใจเรื่องหน้าตาตัวเองอยู่ จนในที่สุดก็ตอบตกลงเธอที่จะเจอกัน ซึ่ง ณ เวลานั้นผมพร้อมและทำใจมาแล้วครับ หากว่าเธอเจอหน้าผมแล้วก็ไม่มาเจอกันอีก ผมว่ามันก็เป็นจังหวะเหมาะครับที่มาเจอกันช่วงนี้ เพราะผมพึ่งได้ห้องแฟลตเอื้ออาทรมาพอดีเลย เลยมีที่จะให้เธอพักไม่ต้องไปเปิดห้องให้เสียตังค์ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็คุยกันว่าถ้าเธอลงมาจากระยองจะไปเปิดห้องพักกัน แต่ว่าตอนนี้ไม่ต้องแล้วละครับผมมีห้องแล้ว แต่มันก็เป็นห้องเปล่าครับเพราะไม่ได้เข้าไปอยู่ แต่ก็คงจะดีกว่าเสียตังค์ครับ เธอบอกเธออยู่ได้ไม่เป็นไร.

อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>เมื่อเป็นเช่นนั้นเราจึงนัดเจอกันวันที่ 12 สิงหาคม 2550 ที่สถานีเอกมัย เธอบอกว่าเธอจะมาถึงประมาณ 9 โมงเช้า บอกได้เลยครับว่ารู้สึกตื่นเต้นมากเลยทีเดียว กลัวด้วยครับกลัวเธอจะเปลี่ยนใจเมื่อเห็นหน้าผม ก่อนหน้าที่ผมจะนัดเจอกับเธอผมบอกเธอเกี่ยวกับหน้าผมไปแล้วละครับทุกอย่างว่า ตอนนี้ผมไว้ผมยาวแต่มันไม่เป็นทรงหรอกครับ ไว้ให้มันยาวเพราะผมจะตัดปีละครั้งครับ แล้วก็บอกกับเธอว่าผมขอไม่โกนหนวดนะครับเหตุผมก็คือว่าเวลาโกนหนวดแล้วสิวมันมักจะขึ้น ไม่ได้อยากจะเท่อะไรหรอกครับ เพราะจริงๆแล้วผมเป็นคนไม่มีหนวดหรอกครับ แบบว่ามีนิดหน่อยประมาณหนวดแมวอะไรประมาณนี้ เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร
                วันนี้ 12 สิงหาคม 2550 ผมตื่นแต่เช้าเลยครับเพื่อเตรียมตัวจะไปรับเธอ อาบน้ำแต่งตัวใส่เสื้อภาพ ส่วนเสื้อผ้าก็ปกติครับชุดเดิมๆที่ใสอยู่ทุกวันไม่ได้เน้นอะไรเป็นพิเศษ ผมออกจากบ้านโดยคำนวณเวลาแล้วน่าจะพอดีกัน ผมนัดให้เธอไปรออยู่ตรงหน้าเสาธงครับ ถ้าใครเคยไปเอกมัยคงจะนึกออกนะครับว่าตรงไหน ผมตัดสินใจนั่งรถไฟฟ้าไปเลยครับเร็วดี พอผมลงจากรถไฟฟ้าเธอก็โทรมาพอดีบอกว่าถึงแล้วเช่นกัน ผมจึงบอกให้เธอรอแป๊บหนึ่งผมกำลังเดินไป เสียงเธอมีอาการหงุดหงิดเล็กน้อย ผมหาเธอไม่เจอครับผมถามว่าเธอรอตรงไหนเธอก็บอกว่ารอตรงหน้าเสาธง ผมมองหาเธอตั้งนานก็ยังไม่เจอ ซักพักหนึ่งผมก็เจอเธอแล้วเห็นเธออยู่ไกลๆ เธออยู่หน้าเสาธงจริงๆครับแต่เธอดันไปรอในที่พักรอขึ้นรถครับแต่มันก็หน้าเสาธงครับแต่มันอยู่ข้างใน ผมเห็นเธอแล้วครับเธอมาในชุดเสื้อยืดสีเขียว กางเกงยีนส์แล้วก็เสื้อคลุมสีเขียว ลืมบอกไปว่าเธอเป็นคนที่ชอบสีเขียว วันนี้เลยมาเขียวทั้งชุดเลย พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบกลางๆอีกหนึ่งใบ ผมเดินเข้าไปหาเธอ คำพูดแรกที่ออกจากปากผม ผมบอกเธอว่าเปลี่ยนใจหรือเปล่าพร้อม เธอไม่ตอบแต่ดูเธอแล้วรู้สึกจะหงุดหงิดที่ผมมาช้าหนำซ้ำเธอยังเมารถอีกต่างหาก ให้รีบไปซักที ผมจึงรีบพาเธอไปขึ้นรถไฟฟ้าเผื่อเธอเจอแอร์คงจะดีขึ้น เธอเมารถครับ เมาควันรถในกทมด้วย อย่างว่าละครับเธออยู่ต่างจังหวัดมาเจอมลพิษแบบนี้เล่นเอาเธอแย่เหมือนกัน แต่ผมสิครับหลังจากที่ผมได้เห็นเธอ ผมบอกตัวเองเลยครับว่าผมประทับใจครับ ผมชอบเธอครับ เธอตัวเล็กไม่สูง ผมยาว ผิวขาวเนียน รูปร่างสมส่วน แบบว่าดูดีกว่าในรูปครับ
 
อ่านนต่อวันพร่งนี้


>>>>>หลังจากลงจากรถไฟฟ้าผมจึงพาเธอขึ้นรถแท็กซี่เพื่อต่อไปที่ห้องผม เธอเริ่มรู้สึกดีขึ้นหลังจากได้แอร์ โดยสีหน้าเริ่มสดใส่ขึ้นแต่ก็คงยังมีอาการมึนจากการเมารถอยู่บ้าง ผมคุยกับเธอเหมือนที่คุยกับเธอทางโทรศัพท์ ครับเธอก็คุยกับผมเหมือนทางโทรศัพท์ไม่มีอันไหนแปลกไปจากที่เคยคุยกัน เธอคุยกับผมพร้อมดมยาดมไปด้วยแก้เมารถ อืมไหนๆก็เป็นแฟนกันแล้วผมเลยอยากจะขอจับมือเธอซักหน่อย อยากจะรู้ว่ามันจะเป็นยังไงกันหนอความรู้สึกนี้ ผมยื่นแบมือขวาไปให้เธอเพื่อให้เธอเอามือมาวางแต่ไม่เป็นเช่นนั้นครับ เธอกลับส่งยาดมมาให้ผม ผมขำตัวเองในใจแต่ก็หยิบยาดมมาดมครับแก้เขินตัวเอง โดยเธอไม่รู้หรอกครับว่าผมขอมือเธอไม่ได้ขอยาดมซักหน่อย ไม่เป็นไรครับแค่ขำๆ ไม่นานนักเราสองคนก็ถึงห้อง ผมพาเธอเข้าไปในห้องซึ่งมันอยู่บนชั้น 5 มันเป็นห้องโล่งๆเพราะไม่มีอะไร มีฝุ่นนิดหน่อย แต่ว่ามีอุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่ เธอเดินเข้าไปในห้องวางกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วออกไปยืนรับลมตรงหน้าระเบียง ผมเดินตามเธอไปแล้วตรงเข้าไปโอบเธอจากทางด้านหลัง เธอหันมายิ้มแล้วบอกว่ายังไม่ถึงเวลา ผมรีบบอกเธอว่าไม่ใช่อย่างนั้นผมแค่อยากจะกอดเธอเท่านั้นเอง จริงแล้วผมไม่ได้คิดอะไรไปในทางนั้นหรอกครับผมอยากกอดเธอจริงๆ เป็นความรู้สึกของคนที่รักและคิดถึงเท่านั้นเองครับ หลังจากเราสองคนช่วยกันทำความสะอาดห้องเสร็จสรรพก็มานั่งคุยกันที่ระเบียง เธอบอกว่าเธอจะตัดเล็บเท้าให้ผม พร้อมบ่นผมนิดหน่อยว่าทำไมเล็บเท้าผมดำจังยังกะไปทำนามาเลย ผมขำแล้วบอกเธอว่าก็ไม่รู้เหมือนกันไม่ได้ไปทำอะไรมา เธอนั่งตัดเล็บเท้าให้ผม ส่วนผมก็นั่งมองหน้าเธออย่างมีความสุขบางครั้งเธอก็หันมามองหน้าผมพร้อมถามว่ามองอะไร ผมก็บอกเธอว่ามองคนน่ารักไง เธอก็ยิ้มๆไม่ได้พูดอะไร หลังจากเธอตัดเล็บให้ผมเสร็จแล้ว ผมถามเธอว่าง่วงนอนหรือเปล่าเธอบอกว่าง่วง ผมจึงบอกให้เธอนอนก็ได้ เพราะว่าตอนเย็นผมจะพาเธอไปดูหนัง เธอนอนลงโดยเอาผ้าขนหนูที่เธอเอามาด้วยมาคลุมตัว โดยผมก็นอนเช่นกันแต่ว่านอนห่างจากเธอประมาณหนึ่งช่วงแขน เรานอนคุยกัน ผมถามเธอว่าเธอรู้สึกยังไง เธอบอกว่าตอนนี้หัวใจเธอเต้นเร็ว ผมจึงเขยิบเข้าไปใกล้ตัวเธอแล้วเอาแขนไปวางที่ตัวเธอแล้วถามเธอว่ารู้สึกยังไง เธอตอบว่าตอนนี้หัวใจเธอหยุดเต้นไปแล้ว หลังจากนั้นผมจึงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติและความรู้สึก หลายคนอาจจะมองว่าสิ่งที่ผมและเธอได้ทำนั้นมันเหมาะสมหรือไม่อาจคิดว่าเธอนั้นเป็นคนใจง่ายหรือเปล่า สำหรับตัวผมแล้วนั้นผมไม่คิดว่าเธอเป็นคนใจง่ายและสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและเธอนั้นมันเกิดมาจากความรักและความรู้สึก สำหรับคนที่เคยมีความรักที่บริสุทธิ์คงจะเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้สึกถึงความรักที่บริสุทธิ์หรือคนที่ไม่เคยมีความรัก หรือแม้แต่คนที่มีความรักที่เป็นความฝันที่ไม่เป็นความจริง ผมก็คงจะอธิบายให้เข้าใจไม่ได้เพียงแต่ว่าวันไหนที่คุณหลุดออกมาจากความฝันเมื่อไหร่คุณถึงจะเข้าใจ ซึ่งมันก็เหมือนกับผมเพียงแต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเป็นความจริงแล้ว ผมรู้สึกว่าผมรักเธอและเธอก็คงเช่นกัน ตอนนี้เราเป็นมากกว่าแฟนแล้วรู้สึกยังไงบอกไม่ถูกเหมือนกันรู้สึกว่ามีความรักและความเป็นห่วงหวังดีมากขึ้นอีก เธอบอกรักผมและผมก็บอกรักเธอ ตอนที่เราเป็นแฟนกันเราไม่เคยบอกรักกันเลยนะครับ แต่ตอนนี้เราบอกรักกันแล้ว
อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ ธันวาคม 02, 2010, 10:37:54 pm
 :06: แหม๋นะมีภาคต้นด้วย รออ่านครับพี่ค้างคาว สู้ๆครับ
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 03, 2010, 09:14:01 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 05, 2010, 08:42:53 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 06, 2010, 08:54:37 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: sasita ที่ ธันวาคม 06, 2010, 09:57:06 am
 :12:

รออ่าน ...รอลุ้นต่อจ้า *-*
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกโศก ที่ ธันวาคม 06, 2010, 05:07:23 pm
มีอะไรเหรอคะ  :39:

ยาวเนอะ... อ่านไม่ไหว รอฟังภาคเสียงอ่านได้ไหมคะ   :06:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ ธันวาคม 06, 2010, 07:43:43 pm
 :06: หวานดีครับ ความรักในอุดมคติจากสายใยแก้วดิจิตรอนเป็นสายไหมทานอร่อย 55+ น่าติดตามครับ สู้ๆครับพี่ค้างคาว
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 07, 2010, 01:44:25 pm
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ ธันวาคม 07, 2010, 11:29:22 pm
 :42: โห ต่อไปจะเป็นไงนะ
ที่พี่ๆอยู่ด้วยกัน เป็นแฟนกันอย่างจริงจัง ด้วยอายุและวุฒิภาวะคงคิดว่าพี่ๆคงเหมาะสมแล้วเน้อ(แก่แล้ว) อิอิ

เข้มข้นแล้วแฮะ จะเป็นไงต่อนะ.....
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 08, 2010, 11:56:36 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: lek ที่ ธันวาคม 09, 2010, 04:19:32 am
คิดถึง...ความหลัง...ครั้งยัง...จดจำ
น้ำคำ...เอื้อนเอ่ย...ก้องอยู่...ในใจ
ผ่านแล้ว...หวลคิด...ติดอยู่...ข้างใน
ผ่านไป...ก็ให้...แล้วแล้ว...กันไป :19: :13: :45:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: ฐิตา ที่ ธันวาคม 09, 2010, 05:44:00 am



:13:       :39: :17:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 09, 2010, 09:46:26 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 10, 2010, 09:39:00 am
ผมเขียนเพิ่มไม่ได้ครับ ระบบแจ้งว่าตัวอักษรเกิน ต้องทำยังไงครับ บอกด้วยครับผมทำไม่เป็น  :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ ธันวาคม 10, 2010, 12:22:46 pm
ระบบจำกัดโพสได้เท่านั้นครับ  20000 ตัวอักษรต่อ1โพสครับ
มีพี่ๆหลายๆคนรวมทั้งผม จะ เขียนเพิ่ม โดยการ โพสตอบแทนครับ แบบที่พี่ค้างคาวอัพเดตกระทู้อ่ะครับ

อ้างถึง
ผมเขียนเพิ่มไม่ได้ครับ ระบบแจ้งว่าตัวอักษรเกิน ต้องทำยังไงครับ บอกด้วยครับผมทำไม่เป็น  (http://www.tairomdham.net/../../Smileys/default/47.gif)

ก็คือเข้ามาตอบกระทู้ตัวเราเอง นั่นเองครับ  :06:
หรือไม่พี่ค้างคาวก็เข้ามาแก้
ในคำตอบกลับ ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ของพี่ค้างคาวก็ได้เช่นกันครับ


ยกตัวอย่างกระทู้พี่มดครับ อมตะแห่งความยาวเรื่องราวธรรมะแบบพี่มด
http://www.tairomdham.net/index.php/topic,68.0.html

 :47: สู้ๆครับพี่
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 10, 2010, 01:43:43 pm
>>>>>เวลาล่วงเลยถึงตอนบ่ายเราเตรียมตัวที่จะไปดูหนังกันข้างนอก ตอนนี้ผมไม่ขอจับมือเธอแล้วละครับเพราะว่าตอนนี้มือเราสองคนแทบจะเป็นมือเดียวกันแล้วครับ มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุด มีความสุข เป็นตัวของตัวเอง เวลาผมมองหน้าเธอผมรู้สึกได้เลยว่าเธอก็มีความสุขเช่นกัน ส่วนตัวผมนั้นคงไม่ต้องบอกนะครับว่ามีความสุขแค่ไหน เราออกจากห้องเพื่อไปดูหนังที่ห้างเคยสังเกตไหมครับว่าทำไมคนที่เป็นแฟนกันหรือคนที่นัดออกเดทกันถึงเลือกที่จะไปดูหนัง ส่วนตัวผมนั้นผมอยากให้การไปดูหนังครั้งแรกระหว่างผมและเธอเป็นสิ่งที่จะได้จดจำไว้ไปตลอด และอีกอย่างเธอก็ไม่ได้ดูหนังมานานมากแล้วซึ่งก็คงเหมือนกับตัวผม เมื่อไปถึงที่โรงหนังผมก็ให้เธอเลือกว่าจะดูเรื่องอะไร ตัวผมนั้นดูเรื่องอะไรก็ได้ตามที่เธออยากดู หนังเรื่องแรกที่คนรักกันจะได้ดูด้วยกันเป็นครั้งแรกมันคงจะต้องเป็นเรื่องที่น่าจดจำแน่นอนครับ ซึ่งก็คิดว่าคนอื่นๆก็น่าจะเป็นแบบนี้เช่นกัน เธอเลือกหนังอยู่นานก็ยังไม่รู้จะดูเรื่องอะไร ผมจึงตัดสินใจเลือกให้เธอเอง นั่นคือ เรื่องคู่แรด เป็นยังไงบ้างครับหนังเรื่องแรกของคู่รักกัน น่าจดจำไหมครับ หลังจากซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วเราก็เข้าไปดูหนัง หนังสนุกดีครับ เป็นหนังตลก ผมหัวเราะตลอดซึ่งเธอเองก็หัวเราะเช่นกัน เธอชอบถามผมว่าตลกหรอ ซึ่งผมก็ตอบไปว่าตลกสิหรอว่าเธอไม่ตลก นั่นก็คือหนังเรื่องแรกที่เราได้ดูด้วยกันซึ่งตั๋วดูหนังเรื่องนี้ผมก็ยังเก็บไว้อยู่เลย แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเกือบ 4 ปีแล้วก็ตาม มันเป็นช่วงเวลาที่ดีและมีความสุขที่สุดอีกช่วงหนึ่งที่ผมเคยได้รับ ถือว่ามันเป็นของขวัญวันเกิดที่วิเศษที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะวันรุ่งขึ้นนั้นก็เป็นวันเกิดของผมพอดี การที่เราได้รักใครซักคนและการที่ใครซักคนนั้นรักเราเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ผมและเธอใช้เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน 3 วัน 2 คืนเก็บเกี่ยวและตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่วันรุ่งขึ้นผมจะต้องไปส่งเธอกลับบ้านที่เอกมัยซึ่งเธอก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ของเธอ ซึ่งก่อนหน้าที่เธอจะลงมาหาผม ผมได้บอกเธอไปในหลายอย่างที่เป็นตัวผม ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะเป็นอุปสรรคต่อความรักของเรา อย่างเช่นเวลาของผมซึ่งหากจะบอกว่าไม่มีเวลาคงจะไม่ใช่เพียงแต่เวลาที่ผมมีมันมักจะไม่ค่อยตรงกับเวลาของคนอื่น และไม่รู้ว่าผมจะต้องเดินทางไปกี่จังหวัดคงจะไม่ได้อยู่ที่ กทม ที่เดียวเท่านั้น แค่เรื่องเวลาเรื่องเดียวก็น่าจะมีปัญหามากพอสำหรับการที่คนสองคนจะคบกัน แต่ผมบอกกับเธอว่าเวลาที่ผมมีทั้งหมดที่ไม่ใช่เรื่องงานผมจะให้เธอ ซึ่งเธอเองก็เข้าใจ
                       ระยะทาง เวลา และความห่างไกล มิได้เป็นอุปสรรคกับความรักของเรา แต่มันกลับทำให้เรารักกันมากขึ้นทุกวันเวลา ผมบอกกับเธอว่าผมจะไม่เสียใจถ้าวันใดวันหนึ่งเธอต้องไปจากผม เพราะผมนั้นไม่มีเวลาให้เธอ เพราะงานที่ผมทำอยู่แต่เธอบอกว่าเธอเข้าใจ แม้ว่าผมและเธอจะไม่ได้เจอและอยู่ด้วยกันบ่อยนักแต่ผมและเธอก็ยังคุยกันทางโทรศัพท์ทุกวันและหลายเวลา และทุกเดือนผมจะได้เจอกับเธออย่างน้อยก็เดือนละ 2 ครั้ง ส่วนจำนวนวันก็จะขึ้นอยู่ ณ เวลานั้น ผมและเธอต่างมีความสุขทุกครั้งที่เราอยู่ด้วยกัน ผมมักจะถามเธอว่าเธอรักผมตรงไหน ซึ่งเธอก็ไม่เคยตอบเพียงแต่ตอบว่ารักผมที่เป็นผม ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่แปลกและดีสำหรับผม เพราะในสายตาคนอื่นแล้วผมเป็นตัวตลกโปกฮา บ้าๆบอๆ หน้าตาขี้เหล่ ผมยาวกระเซอะกระเซิง แต่สิ่งที่เธอเห็นมันต่างกับคนอื่นที่เห็น ผมรักเธอมากที่สุด ผมบอกกับเธอว่าผมไม่ชอบการทะเลอ ซึ่งเธอเองก็ไม่ชอบเช่นกัน ตลอดเวลาที่เรารักกัน เราไม่เคยทะเลาะกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว และสิ่งที่แปลกอีกอย่างหนึ่งก็คือ เราเข้ากันได้เกือบทุกเรื่อง ตัวผมเองไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น และตัวเธอเองก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเช่นกัน เหมือนมันมีอะไรหลายๆอย่างที่เราเหมือนกัน ผมและเธอตกลงกันว่าทุกๆวันที่ 25 ของทุกเดือนจะเป็นวันครบรอบที่เรารักกัน ซึ่งมันเป็นวันที่ผมขอเธอเป็นแฟนนั่นเอง ทุกๆวันที่ 25 ของทุกกเดือนผมจะส่งข้อความบอกครบรอบวันที่เรารักกันทุกเดือน หากเดือนไหนเราได้อยู่ด้วยกันก็จะรู้สึกมีความสุขมากขึ้น ซึ่งผมและเธอจะได้บอกรักในวันครบรอบกันโดยไม่ต้องส่งข้อความ เราทำอย่างนี้ทุกเดือนไม่เคยลืมแม้แต่ครั้งเดียว ทุกครั้งที่เราคุยกันก่อนวางสายผมและเธอจะต้องพูดบอกรักกันทุกครั้ง ซึ่งผมและเธอรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ดีและมีความสุข บางคนคิดว่าการที่เรารักกันแต่ไม่เห็นจำเป็นที่เราต้องบอกกันบ่อยอันนั้นก็เป็นเหตุผลส่วนตัว แต่ส่วนตัวผมคิดว่าการบอกกันถือว่าเป็นการแสดงออกทางร่างกายอย่างหนึ่ง แม้ว่าในใจจะรักกันอยู่แล้วก็ตาม สำหรับใครที่มีคนรักไม่ว่าจะเป็นแฟน พ่อ แม่ พี่ น้อง เชื่อผมเถอะครับบอกรักไปเถอะ ก่อนที่คุณจะไม่ได้มีโอกาสได้บอก

อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>เนื่องจากว่าผมและเธอนั้นต้องอยู่กันคนละที่ นอกเหนือจากความรักที่เราต้องมีให้กันแล้วอีกหนึ่งสิ่งที่ผมและเธอ หรือแม้แต่คนอื่นๆก็ตามนั้นจะต้องมีให้กันก็คือ ความเชื่อใจในกันและกัน ผมเชื่อใจและมั่นใจในตัวเธอซึ่งเธอเองนั้นก็มั่นใจและเชื่อใจในตัวผมเช่นกัน  ผมไม่เคยโกหกเธอซักครั้งและผมมักจะเล่าเรื่องต่างๆและทุกเรื่องให้เธอฟัง ส่วนตัวเธอเองก็เล่าทุกเรื่องให้ผมฟังเช่นกัน มันก็เลยเหมือนว่าเราทั้งสองคนอยู่ใกล้ๆกันตลอดเวลา รับรู้ทุกเรื่องราวทุกๆอย่างของกันละกันโดยตลอด บางครั้งเธอยังมาเล่าให้ผมฟังว่ามีหนุ่มๆมาจีบเธอ ผมก็ทำเป็นเสียงดังประมาณโวยวายนิดหน่อย เธอถามผมว่าผมหึงเธอหรือ ผมบอกว่าไม่หึงหรอกผมแกล้งเล่น เพราะว่าผมมั่นใจในตัวเธอไงครับไม่เห็นจำเป็นจะต้องหึง แล้วส่วนตัวผมเองก็ไม่ใช่คนขี้หึงด้วย ซึ่งเธอเองก็บอกว่าไม่มีอะไรเพราะว่าเธอเป็นคนอัธยาศัยดีเพราะฉะนั้นเรื่องการหึงหวงหรือหวาดระแวงนั้นสำหรับผมและเธอตัดทิ้งไปได้เลยครับ ทุกๆครั้งที่เธอลงมาหาผม ผมจะต้องไปรับเธอที่เอกมัยทุกครั้ง ไม่ว่าเธอจะมาช้าแค่ไหนเนื่องจากเวลาที่รถออกหรือแม้แต่เหตุสุดวิสัย ผมก็ไม่เคยรู้สึกหงุดหงิดหรือโมโห และทุกครั้งที่เธอลงมาหาผม ผมจะรู้สึกดีใจและตื่นเต้นทุกครั้ง ไม่รู้เหมือนกันครับว่าทำไมถึงมีความรู้สึกแบบนี้ทั้งๆที่เราก็เจอกันบ่อยและครั้งแรกก็ผ่านไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะเธออยู่คนละที่กับผมนั่นเอง เวลาที่เราสองคนอยู่ด้วยกันนั้นส่วนใหญ่จะเป็นวันที่เธอหยุดซะมากกว่า สำหรับผมแล้วผมหยุดวันไหนก็ได้สำหรับเธอผมทำได้เสมอ เวลาที่เธอลงมาหาผมเราก็จะไปที่ห้องของผม เราอยากจะใช้เวลาที่เรามีอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืนอาจจะมีบ้างนานๆที่เราไปเดินเที่ยวห้างหรือหาอะไรกิน แต่ส่วนใหญ่แล้วเราจะอยู่ด้วยกันซะเป็นส่วนใหญ่ จากห้องโล่งๆไม่มีอะไรตอนนี้ก็เริ่มมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม ซึ่งเธอซื้อมาจากระยองแล้วแบกขึ้นรถทัวร์เอามา น่าตลกไหมครับผมอยู่กรุงเทพแท้ๆกลับไม่ซื้อ แต่เธออยู่ถึงระยองกลับต้องแบกที่นอนลงมา อาจจะเป็นเพราะเธอเป็นผู้หญิงด้วยละมั้ง ตอนนี้เราก็มีที่นอน หมอน ผ้าห่ม ส่วนมุ้งนั้นไม่ต้องใช้เพราะห้องผมอยู่ชั้นบนสุดไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องยุงเท่าไหร่นัก จะมีก็แต่นานๆทีที่จะมียุง เรานอนข้างกันพูดคุยกันอย่างรักใคร่ ผมมักจะชอบให้เธอนวดให้ผมซึ่งเธอก็ทำให้โดยไม่บ่นหรือพูดอะไร เธอบอกว่าเธอเต็มใจทำให้ผม บางครั้งเธอยังจับผมอาบน้ำสระผมเธอทำทุกอย่างให้ผม นอกจากแม่ผมแล้วที่ตัดเล็บเท้าให้ผมก็มีเธอนี่แหละครับที่ทำให้ ผมรู้สึกโชคดีที่ได้เธอมาเป็นคนรัก อย่างน้อยฟ้าก็มีตาและคงจะส่งเธอมาให้กับผมเหมือนดั่งที่ผมเฝ้ารอมาเกือบครึ่งชีวิต ทุกวันทุกคืนทุกนาทีหรือแม้แต่ทุกวินาทีของผม มันช่างมีความสุขที่สุด
อ่านต่อวันพร่งนี้


>>>>>ทุกครั้งที่เรานอนข้างกันผมมักจะถามเธอประจำว่าเธอรักผมเพราะอะไร รักผมที่ตรงไหน ซึ่งคำตอบที่ผมได้รับก็เหมือนๆกับทุกครั้งก็คือรักผมที่เป็นผม ส่วนผมนั้นไม่ต้องถามเพราะผมรักทุกอย่างที่เป็นเธอ เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าทำไมผู้หญิงที่ดีๆคนหนึ่งหน้าตาก็ถือว่าใช้ได้ ทำไมถึงมาเลือกและมารักคนอย่างผมได้ ผู้ชายหน้าตาแย่ๆคนหนึ่ง ผมยาวไม่เป็นทรง บ้าๆบอๆ ตลกโปกฮา  แต่สิ่งที่เธอเห็นมันอยู่ข้างในครับ ถือว่าโชคดีที่สุดแล้วสำหรับความรักครั้งนี้ที่ผมได้มา ผมบอกกับเธอว่าผมจะไม่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตา ผมจะดูแลเธอพร้อมจะอยู่เคียงข้างเธอทุกครั้งที่เธอมีปัญหา
                ทุกครั้งที่เธอลงมาหาผมสิ่งที่ผมต้องทำเป็นประจำก็คือการไปรอรับเธอที่เอกมัย หลังจากนั้นก็พาเธอขึ้นรถไฟฟ้า ผมสอนเธอซื้อตั๋วสำหรับขึ้นรถไฟฟ้า จนเธอสามารจัดการได้เองแล้วสำหรับครั้งต่อไปที่จะขึ้นเพราะเธอไม่เคยขึ้น อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาแต่มันก็เป็นมุมๆหนึ่งที่เราสองคนทำแล้วรู้สึกถึงความใส่ใจดูแลกัน ไม่แปลกหรอกครับเธอเป็นเด็กต่างจังหวัดมันเลยเป็นเรื่องปกติกับบางสิ่งบางอย่างที่เธอทำไม่เป็นหรือไม่เคยทำ เมื่อเราสองคนเดินทางมาถึงปากทางเข้าห้อง เราสองคนก็ต้องแวะเข้าเซเว่น เพื่อซื้อข้าวปลา อาหารไปไว้สำหรับการที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน 1 คืนบ้าง 2 คืนบ้างแล้วแต่โอกาสและเวลา ข้าวของที่เราซื้อไปก็ไม่เยอะครับมีเหมือนเฉกเช่นทุกครั้งซึ่งก็จะมี ข้าวสำหรับผม นมหรือไม่ก็สลัดผักสำหรับเธอ และก็น้ำอาจจะมีขนมบ้างนิดหน่อย นอกจากการดูแลเอาใจใส่เรื่องต่างๆที่ผ่านมาเช่น การตัดเล็บเท้า การอาบน้ำสระผมให้ อีกอย่างหนึ่งที่เธอทำให้ผมและผมก็ให้เธอทำให้ทุกครั้งก็คือ การป้อนข้าวผม ผมจะชอบให้เธอป้อนข้าวให้ผมส่วนเธอเองก็เต็มใจ เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของคนรักกันก็ว่าได้ มันมีความรู้สึกว่าผมได้กลับกลายไปเป็นเด็กอีกครั้ง เรามักจะผลัดกันนอนตักตรงหน้าริมระเบียงเพื่อรับลมและพูดคุยกันต่างๆนา รวมถึงเรื่องอนาคตของเราด้วย รู้สึกได้ถึงความสุข ความอบอุ่นที่เราสองคนมีให้แก่กัน แม้ว่าในห้องจะไม่โทรทัศน์หรือแม้แต่วิทยุให้ฟังก็ตามแค่เราสองคนได้อยู่ด้วยกันพูดคุยหยอกล้อกันมันก็มีความสุขแล้ว อย่างว่าแหละครับเขาว่าเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งก่อนที่ผมและเธอจะเข้านอนเราสองคนต่างหอมแก้มกันและกันและจูบที่หน้าผากพร้อมบอกรักกันทุกครั้งก่อนที่เราจะนอน และที่สำคัญทุกครั้งที่เธอนอนข้างผม ผมจะให้เธอนอนบนไหล่แนบหน้าอกผมทุกครั้งแล้วก็ทั้งคืนที่เราอยู่ด้วยกัน จนกว่าเราจะแยกออกจากกันเอง มีบ้างครั้งที่เธอนอนอยู่บนไหล่จนเช้าเลยก็มี ตื่นขึ้นมาเธอต้องผมนวดยกใหญ่เลยที่เดียว แต่นั่นมันก็เป็นความตั้งใจและเต็มใจของผมที่อยากให้เธอนอนแบบนี้ อย่างน้อยก่อนนอนเธอก็อยู่ข้างผมและตื่นนอนเธอก็ยังอยู่ข้างผม ไม่นานนักเวลาก็เช้าแล้วมันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน สำหรับช่วงเวลาที่มีความสุข ผมและเธออาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะไปส่งเธอที่เอกมัยเพื่อกลับบ้านของเธอ ขากลับทุกครั้งเราสองคนจะแวะกินก๋วยเตี๋ยวร้านที่อยู่ข้างเอกมัยหากใครเคยไปเอกมัยคงจะนึกออก แล้วก็สั่งเหมือนเดิมทุกครั้ง เธอมักจะตักลูกชิ้นให้ผมทุกครั้งเวลาที่เราไปกินเพราะเธอกินไม่เยอะ เสร็จสรรพก็พาเธอไปซื้อตั๋วแล้วก็รอส่งเธอจนกว่าเธอจะขึ้นรถผมจึงกลับไปทำภารกิจอื่นๆ

อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราทำกันอย่างสม่ำเสมอทุกครั้งที่เราได้เจอหรือได้อยู่ด้วยกัน นอกเหนือจากการคุยโทรศัพท์กันหรือส่งข้อความหากัน อาจจะเป็นเพราะเวลาทำงานของเธอด้วยหรือเปล่าผมไม่รู้เพราะการทำงานของเธอนั้นก็เป็นกะเหมือนคล้ายกันกับผม คือเช้าสลับกับกลางคืนมันเลยทำให้ช่วงเวลากลางคืนของเราสองคนนั้นมีเวลาได้คุยกันยาวนานขึ้น แม้เธอจะอยู่คนละที่กับผมตั้งแต่ผมคบกับเธอมา ผมไม่เคยเป็นห่วงเธอเลยสักครั้งเดียวก็ว่าได้ ก็เพราะเนื่องมาจากว่าเธอนั้นไม่เคยทำตัวให้ผมต้องเป็นห่วงเธอเลย ก่อนที่เธอจะไปทำงานเธอจะต้องโทรมาหาและเมื่อเธอถึงที่ทำงานเธอก็จะโทรมาบอกผม รวมถึงขากลับด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวผมจะหลับก็ตาม อย่างน้อยผมก็รู้ว่าเธอเดินทางโดยปลอดภัย ซึ่งมันก็เหมือนกับผมก่อนที่ผมจะไปทำงานผมก็จะโทรบอกเธอเช่นกัน เนื่องจากผมใช้โทรศัพท์ระบบhutcหลายคนที่ใช้ระบบนี้คงจะเข้าใจ ว่ามักจะมีปัญหาเวลาโทรข้ามเครือข่าย ยิ่งเธออยู่ต่างจังหวัดด้วยแล้วถือว่าสัญญาณยิ่งแย่ไปกว่าเดิม ทุกครั้งที่ผมโทรหาเธอกว่าจะติดไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ขึ้นไป แต่ผมก็ไม่เคยหงุดหงิดกับการที่โทรไม่ติด ผมยังคงโทรไปเรื่อยๆไปจนกว่าจะติด ระยะเวลาของการคบกันและความรักของเราผ่านปีที่ 1 ไปอย่างรวดเร็วทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เรายังคงมีความสุขและรักกันสม่ำเสมอ ยังคงใช้ชีวิตและปฏิบัติต่อกันเหมือนตอนที่เรารักใหม่ๆ ล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ 2 ผมนั้นได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่พัทยาซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของงานผม ซึ่งการที่ผมต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัดนั้นก็ไม่ได้มีผลต่อความรักของเราทั้งสองคน ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่เรารักกัน ผมยังไม่เคยบอกทางบ้านว่าผมมีแฟนแล้วแต่คงเดาได้ว่าที่บ้านผมก็คงจะรู้ แม้จะไม่ชัดเจนก็ตาม หลังจากที่ผมคบกับเธอมาหนึ่งปีผมจึงพาเธอเข้าบ้านเพื่อไปไหว้แม่ของผม ผมเชื่อว่าเมื่อแม่เห็นเธอแล้วแม่จะต้องรักเธอเหมือนที่ผมรักเธอ ไม่ใช่ว่าผมจะใช้เวลาปีหนึ่งในการตัดสินใจพาเธอเข้าบ้าน ผมมั่นใจตั้งแต่แรกแล้วเพียงแต่เวลาและจังหวะต่างๆยังไม่ลงตัวเท่านั้นเอง
               วันนี้ผมนัดกับเธอที่เอกมัยซึ่งตัวผมจะเดินทางมาจากพัทยาและตัวเธอก็จะเดินทางมาจากระยองเช่นกัน ผมมาถึงก่อนเธอและนั่งรอเธอเหมือนทุกครั้ง ไม่นานนักเธอก็มาถึง ผมคุยกับเธอระหว่างที่เราสองคนกำลังเดินทางไปบ้านผมเพื่อพบแม่และน้องผม ผมถามเธอว่าพร้อมและมั่นใจหรือยังที่จะเจอกับแม่ผม เธอบอกว่าเธอพร้อมและเธอก็มั่นใจว่าแม่ของผมก็จะต้องชอบเธอเช่นกัน แน่นอนครับผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองผมเป็นลูกแม่ผมก็มั่นใจว่าแม่ผมจะชอบเธอเช่นกัน ผมไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือวิตกใดๆทั้งสิ้นเกี่ยวกับการพาเธอไปไหว้แม่ผมครั้งนี้ ผมกับมั่นใจและรู้สึกเป็นปกติเพราะถือว่าเป็นการแนะนำแฟนผมให้กับทางบ้านผมอย่างเป็นทางการ ความจริงแล้วแม่เคยบอกว่าลูกรักใครแม่ก็รักด้วย แต่ถ้าเธอคนนั้นไม่ถูกใจแม่มันก็คงจะทำให้ลำบากใจในการพาใครสักคนเข้ามาในครอบครัวผม เมื่อผมเดินทางมาถึงบ้านผมแนะนำเธอกับแม่และบอกให้เธอทำตัวปกติเพราะแม่ผมเป็นคนใจดี เธอก็ดูจะวางตัวดีครับรู้จักกาลเทศะ มิหนำซ้ำเธอยังซื้อของที่แม่ผมชอบมาฝากแม่ผมทั้งของกินและของใช้เรียกกันว่าทำคะแนนตั้งแต่วันแรกเลยทีเดียว
 
อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>ซึ่งดูสีหน้าและแววตารวมถึงคำพูดของแม่ผมแล้ว คิดว่าแม่คงจะพอใจในตัวเธอรวมทั้งคนในครอบครัวผมด้วย เสียดายที่ตอนนี้พ่อผมไม่อยู่เสียแล้ว แต่ยังไงผมก็พาเธอไปไหว้รูปของพ่อผมที่อยู่ในห้อง หลังจากผมปล่อยให้เธอได้พูดคุยอยู่กับแม่โดยที่มีผมร่วมคุยเป็นระยะ พอตกถึงช่วงเย็นๆผมก็จะต้องพาเธอไปส่งที่เอกมัยเพื่อให้เธอกลับไปทำงาน ผมสงสารเธอนะครับที่เธอต้องเดินทางมาผม ผมรู้ว่าเธอเหนื่อยและเมารถ แต่เธอก็บอกว่าเธอเต็มใจที่จะมา หลังจากที่ผมส่งเธอขึ้นรถกลับบ้านไปแล้ว เมื่อผมเดินทางกลับถึงบ้านก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากคนในครอบครัวผม เยี่ยมเลยครับแสดงว่าเธอผ่านแล้วเพราะถ้าเธอไม่ผ่านแม่ผมจะพูดแน่นอน ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หลังจากที่ผมได้พาเธอมาหาแม่แล้วผมก็พยายามพูดถึงเธอให้มากขึ้น ให้แม่รู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน คือเล่าเรื่องเกี่ยวกับเธอให้แม่ได้รู้มากยิ่งขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ถือว่าเธอผ่านแล้วสำหรับคนในครอบครัวผม ผมคบกับเธอเป็นไปอย่างปกติทุกอย่างจากวันแรกจนวันนี้ จวบจนครบ 1 ปีผ่านใปเราก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีสิ่งไหนเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงกับเธอนั้นก็คือ ผมเป็นแรงผลักดันให้เธอได้เรียนต่อเพราะตัวเธอเองนั้นจบเพียงแค่ ม.6 ซึ่งนั่นมันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมและเธอที่จะคบกัน ซึ่งจริงๆแล้วเธอนั้นอยากเรียนต่ออยู่แล้ว ผมก็เลยเหมือนกับว่าเป็นแรงจูงใจให้กับเธออีกทีหนึ่ง เธอจึงตัดสินใจที่จะเรียนต่อในระดับปวส.
เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ความรักของเราก็ยังหวานอยู่เหมือนเดิม ไม่เคยลดลงหรือจางลงเลยแม้แต่นิดเดียว ผมยังพาเธอมาหาแม่อยู่เป็นประจำตามเวลาและโอกาสที่เหมาะสม และสงกรานต์ปีนี้ผมก็ชวนเธอไปเที่ยวที่บ้านต่างจังหวัดของผมซึ่งเป็นบ้านเกิดของแม่ผมนั่นเอง ทีนี้แหละเธอจะได้เจอกับญาติๆผมซึ่งเมื่อมีเทศกาลแต่ละครั้งญาติผมจะมารวมตัวกันเพื่อพบปะ ดื่มกิน ตามประสาพี่น้องและลูกๆหลานๆ ซึ่งหากว่ารวมกันทีไรละก็มีไม่ต่ำกว่า 30-40 คนเลยทีเดียวก็ว่าได้ ผมบอกแม่ผมว่าผมจะขอชวนเธอไปเที่ยวด้วยแม่ผมไม่ขัดข้องบอกว่าให้ชวนเธอไปด้วยสิ อย่างน้อยก็เป็นการเปิดตัวกับญาติผมเลยคราวนี้ และคิดว่าก็คงไม่มีปัญหาเพราะแม่ผมยังผ่านเลย นับประสาอะไรกับญาติ เมื่อถึงวันที่จะไป ผมบอกเธอว่าผมจะไปรับเธอที่รถไฟฟ้าใต้ดินแต่คราวนี้ผมให้เธอมาเองครับ แต่ว่าผมเคยแต่สอนเธอขึ้นรถไฟฟ้าส่วนรถไฟใต้ดินนั้นยังไม่เคยพาเธอขึ้นเลย เอาเถอะผมบอกเธอว่ามันไม่ยากอย่างที่คิดหรอก ผมบอกขั้นตอนซื้อตั๋วให้กับเธอซึ่งมันก็ไม่อยากเลย และดูเหมือนว่าจะง่ายกว่ารถไฟฟ้าเสียด้วย หลังจากผมอธิบายเธอเสร็จแล้วผมก็ไปรอรับเธอที่สถานี ไม่นานนักเธอก็มาถึงจนได้เธอมาพร้อมกับกระเป๋าใบโตเลยทีเดียว ผมบอกเธอว่านี่ไปเที่ยวนะไม่ได้ให้เธอย้ายมาอยู่กับผม และแล้วกระเป๋าใบโตใบนั้นก็ต้องตกมาอยู่ในมือผมตามระเบียบ ผมรีบพาเธอเข้าบ้านเพราะที่บ้านผมเขาเสร็จแล้ว รอที่จะเดินทางไปกันแล้วซึ่งการเดินทางใช้เวลาแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นก็ถึงแล้ว เมื่อเราเดินทางถึงที่หมายของเราผมก็พาเธอไปแนะนำกับญาติผมทีละคน ญาติหลายคนรู้สึกแปลกใจที่ผมพาเธอมาด้วย และก็เป็นไปอย่างที่คาดไว้นอกจากเธอจะเข้ากับแม่และครอบครัวผมได้แล้ว เธอยังเข้ากับญาติๆผมได้เสียด้วย เธอจึงเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผมไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพี่ป้า น้า อา ต่างก็ชอบเธอหมด ซึ่งป้าผมยังเอ่ยขอเปลี่ยนตัวลูกสะใภ้แกกับตัวเธอเลย เพราะเธอนั้นช่วยทั้งงานบ้าน ทำกับข่าวรวมถึงเก็บกวาดล้างจาน ซึ่งตัวเธอนั้นเวลาอยู่ที่บ้านก็ทำเป็นปกติของเธออยู่แล้ว และผมก็ไม่ได้บอกให้เธอทำเพื่อเอาใจพวกญาติพี่น้องของผมด้วย

อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>จะว่าไปแล้วญาติๆผมก็เอ็นดูเธอไม่น้อยเลย ณ ตอนนี้เธอผ่านหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของผมหรือแม้แต่ญาติพี่น้องของผม เราใช้เวลาอยู่ที่นั่น 3 วัน ขากลับผมซื้อของฝากให้เธอนำกลับไปให้แม่เธอด้วยที่ระยอง ตอนนี้เธอก็ได้มาบ้านผมแล้วจะเหลือก็เพียงแต่ผมเท่านั้นที่ยังไม่เคยไปบ้านเธอเลย ซึ่งเธอก็เคยเอ่ยปากชวนผมอยู่หลายครั้ง แต่มันก็ยังไม่ได้จังหวะเวลาเหมาะซะที และตอนนี้แม่เธอก็รู้แล้วละครับว่าเธอนั้นคบกับผมอยู่แต่แม่เธอไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่บอกกับเธอว่าไม่หล่อก็ไม่เป็นไรขอให้เป็นคนดีก็แล้วกัน ซึ่งตอนนี้ก็จะเหลือเพียงแต่ผมจะไปเจอท่านเท่านั้นเอง ผมมักจะบอกกับเธอว่าเราจะต้องรักกันแบบนี้ไปตลอด ต้องเติมความรัก ความหวานให้กันตลอด ซึ่งผมเองนั้นเคยบอกกับเธอว่าคนเราถ้าคบกันมาครบ 3 ปีแล้วอะไรๆต่างๆอาจจะไม่เหมือนเดิม ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ก็คงจะได้อยู่ด้วยกัน แต่สำหรับผมแล้วตอนนี้เวลามันผ่านมาหนึ่งปีแล้ว แต่ผมกับเธอก็ยังเหมือนเดิม ยังบอกรักกันทุกวัน ส่งข้อความหวานๆหากัน เวลาผมเหนื่อยผมแค่ได้ยินเสียงเธอมันก็หายเหนื่อยแล้วครับ นี่แหละครับที่เขาเรียกว่ากำลังใจ มันเป็นเหมือนสิ่งที่คอยชโลมหัวใจเราให้ชุ่มชื่นและมีความสุข สำหรับคนอื่นอาจจะมีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง แต่สำหรับผมและเธอนั้นมันมีแต่ความสุข
                   14 กุมภาพันธ์ 2551 วันวาเลนไทน์ วันนี้ผมนัดเจอกับเธอเหมือนปกติทุกครั้งที่เรานัดกัน ผมเดินทางจากพัทยามาเอกมัย ส่วนเธอก็เดินทางจากระยองมาเอกมัย จุดหมายของเราก็คือห้องพักของเราทั้งสองคน ผมจะพูดกับเธอเสมอว่านี่แหละคือเรือนหอของเราทั้งสองคน ผมเดินทางมาถึงเอกมัยก่อนเธอซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ไม่นานนักเธอก็มาถึงและก็เดินทางไปห้องพักของเราทันที หลังจากเราซื้อตั๋วรถไฟฟ้าเสร็จระหว่างรอรถไฟฟ้ายังไม่มานั้น เธอได้ก้มลงหยิบบางสิ่งบางอย่างในถุงกระเป๋าที่เธอเอามา ผมไม่ได้สังเกตหรอกครับว่ามันคือกระเป๋าอะไร คิดว่าน่าจะเป็นกระเป๋าใส่ของปกติเหมือนทุกครั้ง แต่สิ่งที่เธอหยิบขึ้นมา มันเป็นช่อดอกไม้ครับ สีชมพูสวยงามเลยครับ เธอยื่นให้ผมแล้วก็บอกว่า “ สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะค่ะ’’ ถึงแม้ว่าตัวผมที่จริงแล้วจะเป็นคนที่หวานเวลาอยู่กับเธอ แต่ว่าผมก็ไม่ใช่เด็กแล้วและนี่มันก็มีคนเยอะซะด้วยมันก็เลยรู้สึกเขินเหมือนกัน แต่ก็ต้องทำเป็นไม่เขินอายเพราะกลัวเธอจะเสียใจ ผมค่อยๆรีบใช้จังหวะเก็บดอกไม้ใส่กระเป๋าโดยบอกว่าเดี๋ยวมันจะเปื้อน ถ้าเธอรู้เธอคงงอนผมแน่ๆเลย แต่ในใจลึกๆของผมนั้นมันมีความสุขครับ ดีใจด้วย วันวาเลนไทน์ปีนี้เราจะได้อยู่ด้วยกัน จะว่าไปแล้วก็ไม่เกี่ยวหรอกครับเพราะว่าวันไหนผมก็รักเธอเหมือนเดิมทุกวันไม่มีเปลี่ยนแปลง ยังคงเหมือนเดิม ระหว่างที่เราอยู่ด้วยกันสองคนก็มีการคุยกันถึงเรื่องอนาคตของเรา คุยเรื่องว่าถ้าเราอยู่ด้วยกันแล้วจะทำอะไร อยู่แบบไหน จะมีลูกกันกี่คน ไปเรื่อยเปื่อยผมคิดว่าคู่รักอื่นก็น่าจะเป็นแบบนี้นะครับ เวลาได้อยู่ด้วยกัน

อ่านต่อวันพรุ่งนี้
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ ธันวาคม 10, 2010, 01:50:44 pm
 :27: งื้อ ซึ้งงับ อยากอ่านต่อจัง
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 11, 2010, 09:41:56 am
 >>>>>ผมบอกกับเธอว่าผมอยากได้โน้ตบุคซักเครื่องเอาไว้ทำงานแต่มีข้อแม้ว่าเธอนั้นต้องเป็นคนซื้อให้ผมเพราะว่าผมอยากให้เธอเป็นคนซื้อให้ โดยที่ผมจะซื้อทองให้เธอ 1 บาท เป็นการแลกกันจะว่าไปแล้วเธอซื้อโน้ตบุคราคาสองหมื่นห้าให้ผม แต่ทองของผมราคาหมื่นกว่าบาท จะว่าไปผมได้กำไรนะนี่ แต่ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับผมไม่คิดจะเอากำไรอะไรจากเธอ หรือแม้แต่เงินทองของเธอผมก็ไม่อยากได้หรอกครับ เพียงแต่อยากให้เธอซื้อให้ผมเท่านั้น เธอบอกว่าเธอยังไม่มีเงินเอาไว้เธอผ่อนชำระหนี้ของที่เธอผ่อนเสร็จแล้วเธอจะผ่อนให้ผม ระหว่างที่เราทั้งสองคนคบกันเข้าสู่ปีที่ 2 เธอก็ได้ลงเรียนตามที่เธอตั้งใจไว้โดยที่มีผมเป็นกำลังใจและคอยช่วยเหลือเธอเวลาเธอมีปัญหาเกี่ยวกับงานที่เธอได้รับมอบหมายจากอาจารย์ บางครั้งเธอยังหอบเอาหนังสือมาให้ผมช่วยสอนเลยก็มี เธอเรียนเกี่ยวกับคอมครับประมาณพวกตกแต่งโดยใช้คอม เธอมักจะเอารูปเธอบ้าง รูปผมบ้างไปตกแต่งทำหน้าให้ขาวบ้าง ทำเป็นรูปคู่กันบ้างตามที่เธอเรียนมา โดยเธอจะใช้เวลาวันอาทิตย์เพื่อไปเรียนตั้งแต่เช้าจนเย็นพอเลิกเรียนกลับบ้านเป็นอย่างนี้ปกติ และแล้วสิ่งที่ผมไม่เคยรู้สึกเป็นห่วงในตัวเธอมันก็ได้เกิดขึ้น ผมโทรคุยกับเธอเป็นปกติทุกวัน วันละหลายครั้ง วันนี้เป็นวันอาทิตย์เธอไปเรียนแต่เช้าซึ่งก็เหมือนกับเวลาไปทำงานครับคือก่อนที่เธอไป เธอจะต้องโทรบอกผมและเมื่อถึงโรงเรียนเธอก็จะโทรบอกผม วันนี้หลังจากที่เธอเลิกเรียนแล้วเธอก็โทรมาบอกผมว่ากำลังจะกลับบ้านแต่วันนี้เธอบอกว่ากลับพร้อมเพื่อนโดยเพื่อนเธอเอารถมอเตอร์ไซค์มา ระยะทางจากโรงเรียนถึงบ้านเธอใช้เวลาเดินทางก็จะประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่ตอนนี้มันชั่วโมงครึ่งแล้วยังไม่เห็นเธอโทรมา ผมเลยโทรกลับไปหาเธอแต่เธอไม่ได้รับสาย หลังจากนั้นผมก็โทรไปหาเธออีกก็ยังไม่รับสาย ผมเริ่มรู้สึกเป็นห่วงเธอแล้วสิครับเพราะปกติเธอไม่เคยเป็นแบบนี้หากว่าแบตหมดเธอก็จะขอโทรศัพท์เพื่อนโทรหาผมหรือไม่ก็หยอดตู้สาธารณะมา แต่นี่กลับเงียบไป เวลาล่วงเลยไปถึง4ชั่วโมงน่าจะได้ ผมโทรไปหาเธออีกรอบ โล่งใจไปเสียทีคราวนี้เธอรับสาย พอเธอรับผมก็บ่นเธอครับเพราะเป็นห่วงมากเธอบอกว่าเธอโดนรถยนต์ชนท้ายทำให้รถล้มเธอไม่เป็นอะไรมากแค่ถลอกนิดหน่อย มีเจ็บตามขาและเอว ผมรู้สึกเป็นห่วงเธอเหลือเกินอยากจะอยู่ใกล้เธอเลยตอนนี้ถ้าทำได้  และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกเป็นห่วงเธอตั้งแต่คบกันมา แต่เธอสิครับกลับกังวลใจถึงแผลเป็นที่หน้าของเธอเพราะตอนที่ถูกชนนั้นเธอไม่ได้ใส่หมวกกันน๊อคและก็มีแผลที่หน้าเธอด้วย ผมบอกเธอว่าอย่าคิดมากเดี๋ยวก็หาย สาเหตุที่เธอคิดมากก็เพราะว่าเธอกลัวผมจะไม่รักเธอเหมือนเดิมเพราะว่าหน้าเธอมีแผลเป็น ผมเลยบอกเธอว่าเอาไว้เจอกันก่อนแล้วจะบอกก็แล้วกันนะว่ายังรักอยู่หรือเปล่า ก็น่าเห็นใจเธอครับเพราะปกติแล้วถึงแม้ว่าเธอจะไม่สวยแต่ผิวพรรณของเธอนั้นสวยมากครับ ผิวขาวเนียน โดยเฉพาะหน้าแล้วผมว่ามีผู้หญิงหลายๆคนที่อิจฉาผิวของเธอ มันก็เลยทำให้เธอคิดมากนั่นเอง หลังจากที่เธอหายแล้วผมก็นัดเจอกับเธอซึ่งก็เหมือนเดิมและที่เดิมตามปกติที่เราเจอกัน เมื่อผมเจอเธอสีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความกังวลใจไม่น้อย ผมเอามือลูบหัวเธอพร้อมพูดกับเธอว่าเจ็บหรือเปล่า แล้วก็บอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลยแค่แผลเป็นธรรมดา เดี๋ยวทายาก็หายแล้วแต่ว่ามันก็เยอะนะครับไม่ใช่แผลเป็นเล็กๆ ผมเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเธอโดยการคว้ามือเธอมาจับไว้แล้วเราก็เดินทางกลับห้องด้วยกัน สำหรับผมแล้วผมเหมือนเดิมครับ ไม่ว่าเธอจะมีแผลเป็นหรือไม่มีก็ตาม เรื่องแค่นี้มันคงไม่ทำให้ผมเปลี่ยนใจหรือไม่รักเธอเป็นไปไม่ได้หรอกครับ
อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>ซึ่งผมสังเกตุดูหน้าเธอแล้วนั้นเธอก็คงจะมั่นใจขึ้นมาแล้วไม่มากก็น้อย เราสองคนเดินทางไปห้องพักของเราเหมือนปกติทุกครั้ง ผมพูดคุยสอบถามเธอเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น พูดจากับเธอด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เธอมักจะบอกกับผมว่าเธอไม่ชอบเลยที่มีแผลเป็นแบบนี้ แต่ผมก็ได้บอกกับเธอว่าไม่เป็นไรไม่ต้องไปกังวลเดี๋ยวหาซื้อยามาทาไม่นานก็คงจะหายเหมือนเดิม ระหว่างทางที่เราเดินทางไปห้องพักก็มีคนอื่นๆที่เดินสวนเราก็มีมองหน้าเธอบ้างตามปกติของคนที่มีแผลเป็นบนใบหน้า แต่สำหรับผมแล้วผมไม่อายหรือรู้สึกกังวลใจอะไรหรอกครับ ที่ตอนนี้ผมต้องเดินจับมือกับคนที่มีแผลเป็นบนใบหน้า ซึ่งเดินไปตรงไหนก็มีแต่คนมอง แต่สำหรับผมแล้วผมรู้สึกว่ามันปกติทุกอย่างครับ ไม่ได้สนใจคนอื่นๆ เมื่อเราสองคนเดินทางถึงห้องพักแล้ว ก็คงเหมือนกับทุกครั้ง ก่อนที่เราจะทำความสะอาดห้องหรือแม้แต่จะทำอะไรต่างๆ เราสองคนจะต้องโผเข้ากอดกันและจะกอดกันแบบนี้อยู่นิ่งๆแน่นๆแล้วก็นานๆ ให้สมกับที่เราไม่ได้เจอกันบ่อยๆ มันเป็นความความรัก ความคิดถึง แล้วก็ความอบอุ่น ที่เราทั้งสองคนมีต่อกัน ถึงแม้ว่าผมจะเป็นผู้ชายผมก็ยังรู้สึกถึงความอบอุ่นทุกครั้งเวลาที่ได้กอดเธอแน่นๆ ส่วนเธอนั้นก็เช่นเดียวกันกับผมเธอจะบอกผมว่าเธอรู้สึกอบอุ่นเช่นกันและก็รู้สึกถึงการปกป้องดูแลเธอที่ได้จากผม  หลังจากที่ผมและเธอกอดกันได้ซักครู่ หนึ่ง ผมก็หันมาหอมแก้มเธอและบรรจงจูบที่รอยแผลเป็นของเธอซึ่งตอนนี้หายเจ็บแล้ว เพียงเหลือแต่รอยแผลเท่านั้น อย่างเบาๆและบอกกับเธอว่า ผมจูบให้แล้วนะเดี๋ยวแผลก็หาย แล้วก็ถามเธอว่าแล้วตอนนี้รู้หรือยังว่ายังรักเธออยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า เธอไม่ตอบผมแต่โผเข้ามากอดผมแทน สิ่งที่ผมทำให้เธอมันคงจะตอบเธอได้แล้วละว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอผมก็ยังรักเธอเหมือนเดิม และที่สำคัญมันก็ไม่ใช่ช่วงแรกๆที่เรารักกัน เพราะนี่มันได้เข้าสู่ปีที่สองแล้ว ในเมื่อเธอไม่เคยรักที่หน้าตาของผมแล้วนับประสาอะไรกับแผลเป็นที่อยู่ภายนอกกายแบบนี้ เดี่ยวทายาบ่อยๆเธอก็จะหายกลับมาเป็นคนที่น่ารักของผมเหมือนเดิม มันคงไม่มีตุผลใดที่จะมาทำให้ความรักของผมกับเธอลดน้อยลงได้ ความรัก ความคิดถึง รวมถึงความสุขยังคงเกิดขึ้นกับเราทุกครั้งที่เราได้เจอ ได้อยู่ด้วยกันไม่ว่าระยะเวลานั้นมันจะสั้นหรือยาวนานก็ตาม แม้แค่เพียงชั่วข้ามคืนมันก็เพียงพอแล้วสำหรับ การที่เราได้อยู่กับคนที่เรารักที่สุด ผมมักจะพูดและคิดว่าเธอกับผมจะต้องเป็นเนื้อคู่กันแน่นอนและเราคงจะต้องได้อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตจนกว่าเราจะตายจากกันไป บัดนี้ความเป็นห่วงของผมในตัวเธอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานี้ก็ได้หมดลงไปแล้ว และก็คิดว่ามันคงจะไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นมาอีก สำหรับค่ำคืนนี้แล้วผมบอกกับเธอว่าไม่ต้องกลัวและกังวลใจอะไรอีกต่อไป ในเมื่อเธอยังนอนอยู่ในอ้อมแขนของผม  ผมจะไม่ให้อะไรต่างๆมาทำร้ายเธอได้ ซึ่งหากเป็นไปได้ผมอยากจะหยุดเวลาแบบนี้เอาไว้ เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ไม่อยากให้มันถึงตอนเช้าเลย เพราะเมื่อถึงเช้าแล้วมันก็คือเวลาที่เราทั้งสองคนต้องจากกันอีก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องเศร้าหรอกครับ เพียงแต่เราสองคนอยากอยู่ด้วยกันนานๆที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็เท่านั้น  
อ่านต่อวันพรุ่งนี้


>>>>>ชีวิตรักของเรายังคงดำเนินต่อไปอย่างมีความสุขและเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผมและเธอยังคงส่งข้อความบอกรักกันทุกครั้งเมื่อถึงวันครบรอบวันที่เรารักกัน และในวันปกติ เธอจะถามผมว่าผมเบื่อหรือยังที่รักกับเธอและผมก็จะตอบคำตอบเดิมๆ ก็คือยังไม่เบื่อ มันไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อในความรักที่ผมมีต่อเธอเธอ ผมมักจะหาคำพูดและหรือวิธีการต่างๆ มาเติมแต่งความรัก ของเราทั้งสองคนตลอดเวลาเพื่อให้ความรักของเรายังคงดูชุ่มชื่นและสดใสเหมือนกับเช่นวันที่เรารักกันใหม่ๆ มันช่างเป็นอะไรที่ลงตัวทุกอย่างไม่มีคำว่าทุกข์มีแต่คำว่า สุข สุข แล้วก็ สุข
                 เข้าสู่ปีที่สองที่เรารักกัน สงกรานต์ปีนี้ผมชวนเธอไปเที่ยวต่างจังหวัดที่บ้านผม ซึ่งเธอเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง ส่วนการไปบ้านเธอนั้นก็ยังคงเป็นโปรแกรมต่อไปแต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ผมและเธอรวมถึงแม่และญาติพี่น้องของผมไปเที่ยวไหว้พระกันในวันสงกรานต์ มันช่างเป็นความสุขที่ไม่รู้จะบอกหรือบรรยายเป็นคำพูดได้อย่างไร ผมก็รักเธอ ครอบครัวผมก็รักเธอ ญาติพี่น้องผมก็รักเธอ ดูมันจะลงตัวไปหมด ระหว่างที่เราเดินเที่ยวชมและไหว้พระกัน รวมถึงถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก อีกมุมหนึ่งของวัดบรรดาแม่และญาติๆผมต่างกำลังมุงซื้อเครื่องประดับที่มีวางขายเพื่อเป็นสิริมงคลและเพื่อความสวยงาม แม่ผมซื้อแหวนให้เธอหนึ่งวงพร้อมจี้กับสร้อยตามปีเกิดให้กับเธอ ดูเธอมีความสุขและดีใจที่แม่ผมเป็นคนซื้อให้เธอ ผมบอกเธอว่าถ้าอยู่บ้านก็ไม่ต้องใส่ก็ได้แต่ถ้าเวลามาหาผมหรือมาหาแม่ก็ให้ใส่มาด้วย เพราะปกติแล้วตัวเธอเองก็ไม่ได้ใส่เครื่องประดับอยู่แล้ว สงกรานต์ปีนี้ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เล่นสาดน้ำเหมือนหนุ่มๆสาวๆคนอื่น แต่การที่เราทั้งสองคน รวมถึงญาติพี่น้องของผมได้ไปเที่ยวไหว้พระด้วยกัน ก็นับว่าเป็นความสุขและความสนุกเหมือนเช่นคนอื่นเหมือนกัน สงกรานต์ปีนี้เราใช้เวลา 3 วัน 2 คืนที่บ้านต่างจังหวัดของผม
                  ผมมีความคิดที่อยากจะพาเธอไปเที่ยว ไปกิน ไปในที่ที่เธอไม่เคยไปแต่ก็นั่นอีกแหละครับ เมื่อยามที่ผมมีเวลามันก็มักจะสวนทางกับเงินในกระเป๋าของผม แต่พอผมมีเงินก็กลับกลายเป็นไม่มีเวลาซะอีก แต่สิ่งที่ผมทำให้เธอทุกอย่างรวมถึงความรักและความห่วงใยที่มีให้เธอ ผมคิดว่าเธอก็คงไม่อยากรียกร้องเรื่องอะไรต่างๆมากไปกว่าการได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน
                  14 กุมภาพันธ์ 2552 วันวาเลนไทน์ปีนี้เธอไม่มีอะไรมาให้ผม แต่ก็ไม่เป็นไรครับเพราะมันไม่สำคัญเท่าไหร่ สิ่งที่สำคัญก็คือการที่เราทั้งสองคนได้มาเจอและได้อยู่ด้วยกันในวันนี้ นี่แหละครับความสุขที่ผมและเธอเฝ้านับวันคอย ทุกครั้งที่เราต้องจากกัน ผมก็เริ่มนับปฏิทินและกำหนดวัน ว่าเราจะเจอกันอีกวันไหน ถ้าผมมีเงินมากพอผมจะให้เธอมาหาผมทุกอาทิตย์เลยทีเดียว แต่ทว่าเมื่อเราเจอกันทุกครั้งก็ต้องมีค่าใช้จ่าย มันจึงเป็นอย่างที่ผมคิดไม่ได้ หลายคนที่อ่านแล้วอาจจะคิดว่าการที่ผมและเธอนัดมาเจอกันแล้วก็ไปอยุ่ด้วยกันมันเป็นอะไรที่เดิมๆ เหมือนกันทุกครั้ง นัดเจอที่เอกมัย ขึ้นรถไฟฟ้าไปห้องของเรา แวะซื้อของกินที่เซเว่น เข้าห้อง ขากลับก็นั่งรถไฟฟ้าไปเอกมัย แวะกินก๋วยเตี๋ยวร้านเดิม พาเธอไปซื้อตั๋วแล้วก็รอส่งเธอขึ้นรถ ผมอยากบอกว่านี่แหละครับทุกครั้งจะเป็นตามนี้ เหมือนเป็นขั้นตอนที่เราต้องปฏิบัติ แต่นี่แหละครับทุกขั้นตอนที่เกิดขึ้นล้วนแต่มีความสุขทั้งสิ้น

อ่านต่อวันพรุ่งนี้
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 12, 2010, 10:08:13 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: lek ที่ ธันวาคม 12, 2010, 02:41:16 pm
ความรู้สึกดีๆมันยังอยู่จริงๆนะ :08:
แม้ว่ามันจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
หากเรารำลึกย้อนอดีตกลับไป...
มันก็ยังเป็นความทรงจำที่ดีๆตลอดเวลา
ขอบคุณที่มีเธอ...ที่มีฉัน...
มีวันนั้น...ที่เป็นอดีตไปแล้ว
มีวันนี้...ที่กำลังคิดถึงอดีตอีกครั้ง
และมีวันหน้า...ที่สักวันจะไม่มีอีกต่อไป :19:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 14, 2010, 09:46:46 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 16, 2010, 10:08:55 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ ธันวาคม 16, 2010, 09:13:19 pm
 :06: เป็นนวนิยายชีวิตที่โรแมนติกมากครับ แต่คิดว่าคงไม่มีฉากเศร้านะครับพี่ค้างคาว
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 17, 2010, 09:21:07 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 21, 2010, 09:40:35 am
 :47: พอดีพึ่งกลับมาจากต่างจังหวัด วันพรุ่งนี้จะมาเขียนให้อ่านต่อนะครับ
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ ธันวาคม 21, 2010, 09:47:45 pm
 :13:  ครับผม จะติดตามผลงานดีมีคุณภาพ นุ่มละไมแห่งอักษรต่อไปครับ รักษาสุขภาพนะครับผม
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 22, 2010, 10:26:39 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ ธันวาคม 24, 2010, 09:36:21 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: lek ที่ มกราคม 06, 2011, 05:08:56 am
ถ้าคุณกำลังรักใครสักคน…แต่ว่าเขาคนนั้นไม่ได้มีใจให้คุณ คุณจะเลือกอะไร…
ระหว่าง…ทางแรกทางที่คุณจะยอมถอยออกมาจากเขา หรือ ทางที่สอง ที่คุณจะมุ่งมั่นรักเขาต่อไป…

ถ้า เป็นฉัน สิ่งที่ฉันจะเลือก ก็คือ ทางที่สอง ฉันจะมุ่งมั่นรักเขาต่อไป อาจจะดูงี่เง่า อาจจะไม่ได้ความรักกลับมา อาจจะเป็นทุ่มเทฝ่ายเดียว อาจจะเสี่ยงที่ต้องเจ็บ อาจจะต้องท้อกับท่าทีที่เขาชาเฉย…แต่ฉันว่ามันก็คุ้ม…

เขาคงจะไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร
เขาคงจะคิดว่าฉันงี่เง่า
ไม่ว่ารักที่ฉันให้เขา จะไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา

…แต่ฉันก็…รอ…แล้วก็…รอ

ทุกๆ วัน ฉันก็ดำเนินชีวิตตามปกติ ทำทุกอย่างแบบเดิมๆ ส่งข้อความให้เขาตอนเช้า และก่อนนอน ข้อความที่ส่งไปให้ก็เป็นข้อความสั้นๆ บอกให้เขารู้ว่า ฉันห่วงใย เป็นกำลังใจให้และคอยดูเขาอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา..ส่งการ์ด ของขวัญบ้าง ในวันพิเศษ…

เป็นเวลาเกือบ 3 ปี ที่ฉันทำแบบนี้
ฉันคอยดูแลเขาตลอด
และตลอด 3 ปี ที่เขาไม่รู้ว่าฉันคือใคร
ฉันอยู่ในมุมเล็กๆ คอยส่งความปรารถนาดีให้เขา
ฉันไม่รู้ว่าเขาจะเห็นคุณค่าสิ่งดีๆที่ฉันมอบให้เขาหรือไม่…

และแล้วก็มาถึงวันนี้…สิ่งต่างๆที่ฉันคอยทำ ดูเหมือนว่าจะมีกลับมามีความหมาย…

ในวันที่ฝนพรำ ฉันเปียก… หนาวสั่น… แล้วผู้ชายที่ฉันแอบมอง แอบห่วงใย แอบดูแลมาโดยตลอด มายืนอยู่ข้างๆฉัน

ผู้ชายคนนั้นยื่นร่มสีขาวให้ฉัน…
และบอกกับฉันว่า…ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา…

ฉัน ยื่นนิ่งท่ามกลางฝนที่ตกหนัก มองหน้าผู้ชายคนนั้นอย่างไม่เข้าใจ ผู้ชายคนนั้นมีหน้าตาจริงจัง มุ่งมั่น และตอนนี้ฉันก็เพิ่งจะรู้ว่า ผู้ชายคนนั้นรู้มาโดยตลอด ว่าฉันเป็นคนที่คอยดูเเลเขา…ประทับใจเขา ฉันมองหน้าเขาอย่างตาไม่กระพริบ เหมือนเวลาจะหยุดเดิน ดูเหมือนว่าฉันจะหยุดหายใจ ไปชั่วครู่…

ฉันยังยืนนิ่ง และเขาก็ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก ฉันไม่เข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น

ความ รักของฉันที่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีทางเป็นไปได้ กลับมีผู้ชายที่ฉันรัก มายืนอยู่ข้างหน้าตอนนี้ ฉันไม่เคยได้ยืนอยู่ใกล้เขาแบบนี้มาก่อน และเหมือนว่าความฝันของฉัน ที่ฉันก็คิดมาตลอด มามันเป็นได้เพียงแค่ฝัน…แต่ว่าวันนี้ มันกลับเกิดขึ้นจริง

เขามองหน้าฉันอีกครั้ง พร้อมกับพูดว่า “ต่อไปนี้ผมจะดูแลคุณเอง”

ฉัน ไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะเกิดกับชีวิตของฉัน สิ่งที่ฝันมาตลอดจะเกิดขึ้นจริง ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นได้แค่รักฝ่ายเดียว วันนี้มันเปลี่ยนไป สิ่งที่ฉันทำไม่ได้สูญเปล่า เขาคนนั้นกลับมองเห็นมันมาโดยตลอด

—ฉัน ไม่รู้ว่าจะมีใครอีกกี่คน ที่กำลังมีความรัก แบบที่ยังไม่ได้รับรักตอบ แต่ฉันอยากให้คุณรักต่อไป ลองทำให้เขามีความสุข ดูเเลเขา คอยอยู่ใกล้ๆ เป็นกำลังใจให้เขา บางที…คุณอาจจะโชคดีเหมือนฉัน…

ฉัน เพิ่งรู้ว่าทางเลือกทางที่สอง…ทางเลือกที่จะรักต่อไป…มันอาจไม่ใช่ทาง ตัน แต่มันอาจจะเป็นทางที่จะทำให้หัวใจของคุณทั้งสองได้เจอกันก็ได้…
 :07:http://sakid.com/2010/02/20/20754/
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ มกราคม 06, 2011, 12:18:00 pm
 :13: จากประสบการณ์อันน้อยนิดของผม
 ความสวยงามจะอยู่ได้นาน ถ้าเราเข้าใจในความหมายของความสวยงามนั้นๆนะครับ
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ มกราคม 06, 2011, 06:08:41 pm
 :47: มนุษย์ค้างคาว กลับมาแล้วครับ พอดีติดภาระกิจช่วงนี้ พรุ่งนี้เช้าจะมาเขียนเล่าให้ฟังต่อนะครับ สวัสดีปีใหม่ทุกคนครับ
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ มกราคม 07, 2011, 08:50:44 am
 :47:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ มกราคม 07, 2011, 05:13:11 pm
 :yoyo106:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: มนุษย์ค้างคาว ที่ มกราคม 17, 2011, 01:40:09 am
>>>>>ถึงแม้ว่าวันแห่งความรักปีนี้เธอจะไม่มีอะไรมาให้ผมเหมือนกับปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวผมเองนั้นก็ไม่ได้คาดหวังหรือต้องการสิ่งของใดๆจากเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าแค่นี้เราสองคนก็มีความสุขมากที่สุดแล้วหลังจากผมส่งเธอขึ้นรถทัวร์ และรอจนกว่ารถจะถึงเวลาออกผมจึงเดินทางกลับบ้านผม ถึงผมจะต้องเดินทางกลับบ้านเพียงคนเดียวตอนนี้ แต่มันก็เป็นความสุขที่ผมได้รับมาแล้วเมื่อเราทั้งสองได้มาเจอกัน ขณะที่ผมกำลังเดินทางกลับบ้านนั้น ด้วยความบังเอิญหรือความตั้งใจที่จะเอาอะไรบางอย่างในกระเป๋าสะพายของผม ที่ผมจะต้องล้วงหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าของผม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้พบเห็นในกระเป๋าสะพายของผม ซึ่งผมใช้ติดตัวเป็นประจำในกระเป๋านั้นผมพบกับแผ่นซีดีหนึ่งแผ่น ซึ่งทำเป็นกล่องใส่อย่างดีหน้าปกซีดีนั้นเป็นรูปของเธอและเขียนข้อความเป็นตัวอักษรกราฟฟิกภาษาอังกฤษว่า amazing in love หรือ มหัศจรรย์แห่งรักนั่นเอง ผมนึกไม่ออกเลยว่าเธอแอบเอามาไว้ในกระเป๋าผมตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งๆที่กล่องใส่ซีดีก็มีขนาดใหญ่เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้สังเกตและไม่คิดว่าเธอจะเอาอะไรมาใส่ไว้ ส่วนตัวเธอนั้นผมคิดว่าคงอยากจะทำเซอร์ไพรส์ผมแน่ๆ ซึ่งเมื่อผมเจอซีดีที่เธอเอามาให้ผม ผมรีบโทรไปหาเธอแล้วถามเธอว่าเธอทำอะไรให้ผม เธอไม่บอกเพียงแต่บอกว่าให้ผมไปเปิดดูเอาเอง ความจริงแล้วผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรอกนะครับเพราะว่าผมรู้ว่าเธอเรียนเกี่ยวกับคอมมาคงจะทำภาพมาให้ผมแน่ๆเลย แต่กระนั้นก็เถอะก็ยังรู้สึกดีใจครับที่เธอตั้งใจทำมาให้ผม เมื่อผมเดินทางกลับมาถึงบ้านผมก็รีบนำซีดีแผ่นนั้นเปิดลงที่คอมเพื่อที่จะดูว่า เธอทำอะไรให้ผม พอผมเริ่มเปิดดูซีดีแผ่นนั้นบอกได้เลยครับว่ารักเธอจริงๆ เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักสำหรับผม เพราะสิ่งที่เธอทำให้ผมนั้นก็คือ การนำข้อความทั้งหมดที่ผมส่งให้กับเธอตั้งแต่ที่เราพึ่งรู้จักกันวันแรก จนเริ่มมาเป็นแฟนกัน และจนถึงวันนี้วันที่ผมเปิดซีดีดูอยู่ เธอรวมทุกๆข้อความทุกๆคำพูด ที่ผมส่งให้กับเธอทำลงเป็นสไลด์ประกอบกับเพลงรักที่ไพเราะ ดูแล้วก็อดที่จะยิ้มไม่ได้เลยผมชอบครับกับสิ่งที่เธอทำมาให้ผม หลังจากผมดูจนจบผมก็โทรเธอไปหาเธอและบอกรักเธอ พร้อมกับบอกว่าผมชอบกับสิ่งที่เธอทำให้ผม และวันวาเลนไทน์ปีนี้ก็เป็นวันแห่งความสุขที่สุดอีกหนึ่งปี  ผมถึงได้บอกไงครับว่าชีวิตความรักของผมและเธอมีแต่คำวาความสุข เพราะตลอดเวลาที่คบกันกับเธอ ได้รักกับเธอ ผมและเธอก็ยังไม่เคยรู้จักความทุกข์ อาจจะมีบ้างก็เมื่อที่คราวเธอถูกรถชนเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เหตุการณ์นั้นคงจะเป็นเหตุการณ์เดียวที่ทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงเธอ นับตั้งแต่วันที่เราได้รู้จักกัน ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ใช้ชีวิตและยังคงดำเนินชีวิตตามขั้นตอนแบบนี้ไปทุกครั้ง ดำเนินชีวิตแบบเดิมทำตัวแบบเดิมและสิ่งที่เราได้พบนั้นก็คือความสุข ที่เราทั้งสองคงยังคงต้องการให้มันเป็นแบบเดิม ผมเคยถามเธอว่าหากวันนี้ไม่มีผมเธอจะอยู่ได้ไหม เธอตอบว่าต้องได้แต่อาจจะต้อเหงานิดหน่อย ซึ่งผมก็พูดซ้ำอีกทีว่าใช่เราต้องอยู่ได้เพราะเมื่อก่อนเราสองคนก็อยู่คนเดียว ยังอยู่ได้เลย  
อ่านต่อวันพรุ่งนี้


(http://www.picza.net/uppic/pic/2011_01_17/0fa/0fadff9508b58f89f66c5c285607393c.jpg)
ช่วงนี้งานค่อนข้างเยอะเลยหายไปนาน ยังไงจะเข้ามาเขียนให้อ่านกันอย่างต่อเนื่องนะครับ
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์แห่งความรัก ตอน ปฐมบทแห่งความรักและความทรงจำ
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ มกราคม 17, 2011, 12:41:46 pm
 :yoyo044: ไม่เป็นไรครับพี่ค้างคาว รักษาสุขภาพ โชคดีปีใหม่ เฮงๆครับพี่