(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/863/12863/images/Movie/AmDangMueanKabNaiRid/001.jpg)
ถ้ามันยาวนัก ก็ข้ามมาอ่านข้างล่างนี่เลยก็ได้ค่ะ แรกทีเดียวก็ไม่กะจะเขียนอะไรเนื่องในวันสตรีสากลกับเขาสักเท่าไหร่ เพราะรู้ว่าอย่างไรก็ดี สิทธิสตรีนั้นย่อมไม่มีวันเท่าเทียมกับบุรุษ ไม่ใช่เพียงแต่ในลักษณะทั่วไป แต่ด้วยลักษณะทางกายภาพ และคุณลักษณ์ของแต่ละเพศก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่สามารถทำให้สิทธิของชายและหญิงนั้นเท่าเทียมกันได้อย่างแท้จริง (แต่แท้ที่จริงแล้วหากหญิงใช้อำนาจของตนให้ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว หญิงต่างหากที่ได้รับสิทธิ์มากกว่าชายมากมายนัก)
แต่เมื่อได้ดูข่าวเมื่อซักเที่ยงคืนที่ผ่านมา สถิติของหญิงที่ถูกล่วงละเมิดในปี 2552 นั้นมีมากมายจนเป็นประวัติการณ์ ส่วนใหญ่เกิดจากคนใกล้ชิดและคนในครอบครัว หวลให้นึกถึงสตรีไทยท่านหนึ่งที่ยอมแหกกฏเกณฑ์ประเพณีในยุคที่เรียกได้ว่า "ผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชายเป็นคน" เพราะเธอไม่ยินยอมให้ใครมาสนสะพาย หรือให้เจ๊กลากไป ไทยลากมา
หญิงผู้ซึ่งทำให้กฏหมายอันเป็นบทบัญญัติสูงสุดในสมัยรัชกาลที่ ๔ ต้องถูกปรับเปลี่ยนอย่างมากมาย โดยเฉพาะสิทธิในการเลือกคู่ครองของหญิงให้ตกเป็นของหญิงเอง ใช่เป็นของบิดามารดา ซึ่งถือได้ว่าเป็น "เจ้าชีวิตของหญิง" ในสมัยนั้นเลยทีเดียว
หญิงผู้ซึ่งอาจหาญทำกิจการดังว่านั้นคือ "อำแดงเหมือน" เรืองของเรืองมันมีอยู่ว่า อำแดงเหมือน นั้นถูกนายเกตและอำแดงนุน ผู้ซึ่งเป็นบิดามารดา ยกให้แก่ นายภู ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านนั้น ซึ่งในขณะนั้น อำแดงเหมือน ได้มีชายหนุ่มที่หมายปองอยู่แล้วนั้นคือ หลวงพี่ริด พระหนุ่มผู้ซึ่งช่วยตนไว้จากคืนวันที่พายุพัดจนเรือล่ม อีกทั้งเป็นอาจารย์สอนหนังสือให้จนอำแดงเหมือนอ่านออกเขียนได้ ผิดวิสัยสตรีในสมัยเดียวกัน และผู้เป็นย่าคัดค้านไว้ จึงทำให้อำแดงเหมือนรอดตัวไปในครั้งนี้
ต่อมาเมื่อผู้เป็นย่าเสียชีวิตลง พ่อและแม่ของอำแดงเหมือนสมคบให้นายภูมาทำการฉุดตัวอำแดงเหมือนไปอยู่ด้วย แต่อำแดงเหมือนหนีไปหาหลวงพี่ริด ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เพราะอยู่ในเพศบรรพชิต จนกระทั้งนายภูมาตามตัวกลับไปเช่นเดิม
แม้ว่าจะน้อยใจจากหลวงพี่ริดที่ไม่ช่วยปกป้องตน อำแดงเหมือนก็มิได้ละความพยายาม และได้ทำการหลบเลี่ยงที่จะเป็นเมียของนายภูตลอดมา กระทั้งคืนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้เรือนนายภู อำแดงเหมือนถือโอกาสกระโดดลงคลองหนีไป
จากเหตุการณ์นั้นทำให้นายภูคิดว่า อำแดงเหมือน ได้จมน้ำตายไปแล้ว จึงเลิกติดตามหา ในขณะที่หลวงพี่ริด กลับรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้อำแดงเหมือนต้องตาย จึงลาสิกขาบทและเดินทางกลับบ้านเดิม
เมื่อเดินทางถึงบ้านกลับพบอำแดงเหมือนมาอยู่อาศัยดูแลพ่อแม่ตน จึงได้ทำการสอบถามอำแดงเหมือนจึงว่าหลังจากหนีออกจากบ้านนายภูแล้ว เธอก็เดินทางหลบหนีมาอยู่ที่บ้านนายริด เพราะนายริดเคยเล่าและบอกเรืองบ้านของเขาไว้แก่เธอ
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/863/12863/images/Movie/AmDangMueanKabNaiRid/004.jpg)
ตั้งแต่นั้นมานายริดก็ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับอำแดงเหมือนเรือยมา แต่ในที่สุดความรู้ไปถึงนายภู นายภูจึงนำความขึ้นฟ้องร้องแก่ศาลเมืองนนทบุรี ซึ่งพระยานนทบุรีเป็นผู้พิพากษา นายภูได้กล่าวหาว่านายริดแย่งเอาอำแดงเหมอืนซึ่งเป็นภรรยาตนไป
ศาลเมืองนนทบุรีรับคำฟ้อง และการไต่สวนกระบวนความ โดยอำแดงเหมือนปฏิเสธว่าตนยังมิได้ตกเป็นเมียให้แก่นายภู เพราะมิได้อยู่ในห้องเดียวกันสองต่อสองกับนายภู หากแต่หลับนอนอยู่นอกชานทุกคืน ซึ่งมีพยานรู้เห็นในเรืองดังกล่าว ส่วนนายภูอ้างว่าได้สู่ขอฝ่ายพ่อแม่อำแดงเหมือนถูกต้องตามประเพณีทุกประการ และฝ่ายพ่อแม่ก็ยินดียกลูกสาวให้ และนำมาอยู่กินร่วมกันที่บ้านตน
ในที่สุดพระนนทบุรีก็ได้ตัดสินในนายภู เป็นผู้ชนะคดี เพราะตามกฏหมายนั้น หญิงไม่มีสิทธิเรียกร้องอะไร แต่สิทธิขาดนั้นตกเป็นของพ่อแม่ หรือผู้ชายเท่านั้น อำแดงเหมือนได้ฟังดังนั้น ก็ลุกขึ้นคัดค้าน และเกิดการโต้เถึยงกับพระนนทบุรีอย่างรุนแรง จนทำให้พระนนทบุรีโกรธจัดสั่งให้ขังอำแดงเหมือนไว้ก่อน
ต่อมานายริดได้แอบเข้าไปในคุกในคืนฝนตกหนัก และได้ทำการช่วยอำแดงเหมือนหลบหนีออกจากคุกไป และรอนแรมข้ามวันข้ามคืนไปด้วยกัน จนกระทั้งมาพบขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคอำแดงเหมือนจึงได้ตัดสินใจเข้าถวายฏีกาต่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งสุทไธศวรรย์ ในปี พ.ศ. ๒๔๐๘
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้อ่านฏีกาและชำระความจนถึงที่สุด ได้ทรงตัดสินให้อำแดงเหมือนพ้นผิดและให้อยู่กับนายริดตามสมัครใจ และทรงประกาศยกเลิกกฏหมายเก่า ดังความตามประกาศข้างต้น
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/863/12863/images/Movie/AmDangMueanKabNaiRid/002.jpg)
อำแดงเหมือน จึงถือได้ว่า เป็นหญิงไทยคนแรกที่เรียกร้องสิทธิสตรีได้สำเร็จ จนถึงกลับต้องแก้ไขกฏหมายอันมีใช้กันมาแต่ดังเดิม
ดังจะเห็นได้ว่า ผู้หญิงนั้น เมื่อตั้งใจจะทำสิ่งใดแล้ว แม้นพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินก็สามารถทำได้ หากมีผู้ให้ความเป็นธรรมและสนับสนุนตามความเหมาะสม อย่าลืมว่าครั้งหนึ่งแผ่นดินจีน เคยมีผู้หญิงนาม ซูสีไทเฮา ขึ้นเป็นใหญ่เหนือเหล่ามังกรทั้งหลาย แม้อณาจักรพุกามที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ก็ยังล่มสลายได้ด้วยผู้หญิงนาม พระนางศุภยลักษณ์
อำนาจในตัวผู้หญิงนั้น มีอยู่อย่างมากมายเสมอเพียงแต่เป็นอำนาจที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของชายชาญ หากเธอใช้อำนาจเหล่านั้นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม อำนาจอันเป็นสิทธิทั้งหลายก็จะอยู่ในเงื้อมมือเธอ ดังคำที่ว่า "คือหัตยถาครองพิภพ"
แต่หากเมือใดที่เธอเหล่านั้นใช้อำนาจในทางที่ผิดแล้ว ผลที่ได้ก็ไม่ต่างไปจากบทเรียนที่จีนแผ่นดินใหญ่ และพม่าแผ่นดินของผู้ชนะสิบทิศได้รับเช่นกัน