ใต้ร่มธรรม

แสงธรรมนำใจ => ดอกบัวโพธิสัตว์ => หลวงปู่ ติช นัท ฮันห์ => ข้อความที่เริ่มโดย: มดเอ๊กซ ที่ สิงหาคม 01, 2010, 09:01:02 am

หัวข้อ: ทุนของชีวิต คือ จิตที่ไม่ขุ่นมัว
เริ่มหัวข้อโดย: มดเอ๊กซ ที่ สิงหาคม 01, 2010, 09:01:02 am
ทุนของชีวิตคือจิตที่ไม่ขุ่นมัว

ความสัมพันธ์ที่การเริ่มต้นใหม่ (Beginning Anew)

 



คุณยายจ๋ามักสอนพ่อแม่ว่าสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาครอบครัว คือการสื่อสารอย่างมีปัญญา ปัญญาไม่ใช่เรื่องเหตุผลว่าใครถูกใครผิด แต่เริ่มจากการรับฟังและสื่อสารกันด้วยหัวใจ อย่างเมตตาว่าสามีหรือภรรยาของเรากำลังมีความทุกข์นะ ที่เขาแสดงออกนั้นอาจจะไม่น่ารัก เช่น ไม่พูดไม่จา กระแทกกระทั้น กระแนะกระแหน าะ เป็นเพราะเขาอาจจะยังไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวของตัวเองได้ และไม่มีวิธีการสื่อสารที่จะขอความช่วยเหลือจากเราอย่างตรงไปตรงมาจากหัวใจ เรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟังคราวนี้ เป็นเรื่อง “ความสัมพันธ์ที่การเริ่มต้นใหม่ (Beginning Anew)” ซึ่งเป็นคำสอนที่ครอบครัวจิตประภัสสรได้เรียนรู้กับหมู่บ้านพลัมในกิจกรรม “ภาวนาว่าด้วยรัก” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

“หมู่บ้านพลัม” เป็นชุมชนชาวพุทธ นิกายมหายาน ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีท่านติช นัท ฮันห์ พระภิกษุชาวเวียดนามเป็นครูบาอาจารย์ และขณะนี้มีชุมชนเช่นนี้ที่เมืองไทยแล้ว และมีภิกษุณีนิรามิสา ซึ่งเป็นชาวไทยที่บวชเป็นภิกษุณีที่นั่น พร้อมภิกษุณีดอกบัวและ

ภิกษุฟับเจือง ชาวเวียดนาม มาพาพวกเราให้เรียนรู้ไปกับเทคนิคให้ยิ่งอยู่ยิ่งรัก ตามแนวปฏิบัติของหมู่บ้านพลัม


(http://www.sdsweb.org/th/contentimage/Jitppsorn/nb01.jpg)
หัวข้อ: Re: ทุนของชีวิต คือ จิตที่ไม่ขุ่นมัว
เริ่มหัวข้อโดย: มดเอ๊กซ ที่ สิงหาคม 01, 2010, 09:02:51 am
ความสัมพันธ์ที่การเริ่มต้นใหม่ (Beginning Anew)

จากเอกสารประกอบการภาวนาของหมู่บ้านพลัม

 

การเริ่มต้นใหม่ คือ การมองอย่างลึกซึ้งและซื่อสัตย์ ถึงการกระทำ คำพูด และความคิดในอดีต เพื่อสร้างสรรค์การเริ่มต้นอย่างสดใหม่ของเราและระหว่างเรากับผู้อื่น ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม สังฆะของเราจะจัดพิธีเริ่มต้นใหม่ทุกสองสัปดาห์ และสำหรับส่วนตัวก็สามารถทได้บ่อยเท่าที่ต้องการ


(http://www.sdsweb.org/th/contentimage/Jitppsorn/nb02.jpg)


เราฝึกเริ่มต้นใหม่เพื่อที่จะทำความกระจ่างแจ้งแห่งจิตและรักษาการฝึกของเราให้แช่มชื่นเบิกบาน เมื่อเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของร่วมปฏิบัติ เมื่อหนึ่งในพวกเรารู้สึกขุ่นเคืองหรือเจ็บปวด เราจะทราบว่าถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้นใหม่ โดยปฏิบัติตามรายละเอียดสี่ขั้นตอนของกระบวนการเริ่มต้นใหม่ เมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งพูด ในเวลานั้นจะไม่มีการขัดจังหวะ ผู้เข้าร่วมปฏิบัติท่านอื่นก็จะฝึกฟังอย่างลึกซึ้งและเฝ้าติดตามลมหายใจของตนเอง

๑. รดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งดอกไม้ นี้คือโอกาสที่จะบอกเล่าสิ่งที่เราชื่นชมในผู้อื่น เราอาจระบุถึงเหตุการณ์อันเฉพาะเจาะจงที่ผู้อื่นได้เคยกล่าวหรือทำบางสิ่งที่ทำให้เราพอใจ นี้เป็นโอกาสให้ดวงตะวันฉายลงบนเมล็ดพันธุ์แห่งพละกำลังของผู้นั้น เสริมสร้างสังฆะและให้กำลังใจเธอหรือเขาสำหรับความเจริญงอกงาม

๒. บอกเล่าความทุกข์โศกเสียใจ เราอาจะระบุถึงการกระทำ คำพูด หรือความคิดของเราที่ยังไม่มีโอกาสกล่าวขอโทษ


(http://www.sdsweb.org/th/contentimage/Jitppsorn/nb03.jpg)


๓. แสดงความเจ็บปวด เราอาจจะร่วมแบ่งปันถึงความรู้สึกเจ็บปวดจากการปฏิสัมพันธ์กับผู้ปฏิบัติท่านอื่น เนื่องจากการกระทำ คำพูด และความคิดของเธอหรือเขา (การที่จะแสดงความเจ็บปวด เราควรเริ่มต้นด้วยการรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งดอกไม้เสียก่อน โดยบอกเล่าด้านดีของเขาสองอย่าง ซึ่งเราสังเกตเห็นอย่างซื่อตรง)

๔. บอกเล่าความทุกข์ที่ยาวนานและขอความช่วยเหลือ ในอดีตเราแต่ละคนต่างก็มีช่วงเวลาที่ยุ่งยากและเจ็บปวด ซึ่งได้มีผลมาสู่ปัจจุบัน เมื่อเราบอกเล่าเรื่องนี้ เพื่อนจะเข้าใจเราได้ดีมากขึ้นและให้ความช่วยเหลือตามที่เราต้องการอย่างแท้จริง

การฝึกการเริ่มต้นใหม่นี้ ช่วยให้เราพัฒนาคำพูดอันเมตตา และพัฒนาการรับฟังด้วยความกรุณา การเริ่มต้นใหม่เป็นการฝึกเพื่อตระหนักรู้และชื่นชมองค์ประกอบด้านบวกภายในสังฆะของเรา ตัวอย่างเช่น เราอาจจะสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมห้องของเรานั้นใจกว้างในการร่วมแบ่งปันบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัว และเพื่อนอีกคนก็ดูแลทะนุถนอมบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์นี้อย่างดี การตระหนักถึงด้านดีของผู้อื่นทำให้เรามองเห็นด้านดีของเราเช่นเดียวกัน


(http://www.sdsweb.org/th/contentimage/Jitppsorn/nb04.jpg)

พร้อมด้วยด้านดีเหล่านี้ เราแต่ละคนก็มีด้านที่อ่อนแอด้วย เช่น การพูดถึงความโกรธหรือความรับรู้ผิดๆของเรา เมื่อเราฝึกรดน้ำเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ เราช่วยพัฒนาส่วนดีของกันและกัน และในขณะเดียวกัน เราก็ช่วยผ่อนเบาความทุกข์ของอีกฝ่ายหนึ่ง เหมือนเช่น เมื่อเรารดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งดอกไม้ในสวน ด้วยความรักและความเมตตากรุณา เราได้รดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธ ความอิจฉาริษยา ความรับรู้ผิดๆ ออกไปด้วย

เราสามารถฝึกเริ่มต้นใหม่ได้ทุกๆวัน ด้วยการแสดงออกถึงความชื่นชมของเราต่อผู้เข้าร่วมปฏิบัติท่านอื่นและขอโทษทันทีที่เราทำหรือพูดบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขาเจ็บปวด เราควรที่จะบอกกล่าวอย่างสุภาพต่อผู้อื่นในยามที่เรารู้สึกเจ็บปวดด้วยเช่นกัน เราควรที่จะให้คนอื่นรู้ว่าสุขภาพและความสุขของสังฆะชุมชนทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับความปรองดองสมานฉันท์ ความสุข สงบสันติและความเบิกบานของทุกๆคนในสังฆะ
 
 
http://www.sdsweb.org/th/index.php?topgroupid=1&groupid=%20%20%20%20%209&subgroupid=&contentid=371 (http://www.sdsweb.org/th/index.php?topgroupid=1&groupid=%20%20%20%20%209&subgroupid=&contentid=371)
หัวข้อ: Re: ทุนของชีวิต คือ จิตที่ไม่ขุ่นมัว
เริ่มหัวข้อโดย: แก้วจ๋าหน้าร้อน ที่ สิงหาคม 01, 2010, 11:16:23 pm
 :07: ขอบคุณครับพี่มด