Memories of Matsuko ภาพยนต์ที่ต้องจดจำซึ่งจะทำให้คุณหัวเราะทั้งน้ำตา ...
......สวัสดีครับทุกๆท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล๊อกอันแสนวิเศษบล๊อกนี้ของผมอีกครั้งนะครับ มาอัพอย่างต่อเนื่องแบบนี้ได้ 2-3 เอนทรี่ได้แล้ว แท็กที่โดยมาก็ทำไปครบหมดแล้ว(มั้ง)คราวนี้ก็อยากจะอัพเรื่องที่อยากอัพบ้าง
......เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนผมเจอหนังน่าสนใจอยู่เรื่องนึง แน่นอนครับเป็นหนังญี่ปุ่นอีกแล้วบล๊อกผมไม่ค่อยเชียร์หนังชาติอื่นเท่าไหร่หรอก จะมีก็แต่หนังไทยกับญี่ปุ่นนี่แหละยิ่งเป็นหนังเกาหลียิ่งไม่ต้องพูดถึง ยากที่จะได้เห็นในบล๊อกผมถึงจะเป็นหนังเอเชี่ยด้วยกันก็เถอะ
......เรื่องที่ผมจะเอามาแนะนำวันนี้อาจจะหาดูได้ยากหน่อยซึ่งในตอนที่ลงในเอนทรี่นี้นั้นออกจะกโรงแล้วรึยัง เรื่องนี้เข้าฉายที่โรงภาพยนต์ house RCA ที่เดียวเท่านั้น น่าเสียดายผมอาจจะไม่ได้ดูในโรงด้วยซ้ำ เรื่องนี้ผมได้มีโอกาสได้อ่านเรื่องย่อมาจากเว็ปต่างๆมาแล้ว น่าสนใจมากเป็นหนังที่ได้รับการการันตีจากหลายๆสถาบันหนังในญี่ปุ่นและต่างประเทศมาแล้วว่าดีจริง ผมจึงอยากเอาหนังเรื่องนี้มาบอกต่อกับหลายๆคน ซึ่งตัวปมเองคงไม่ได้ไปดูในโรงแน่คงรอแผ่นมากกว่า ยังไงใครมีโอกาสก็ไปดูนะครับ
......ไม่พูดมากและไปพบเรื่องย่อกับ Memories of Matsuko หนังคุณภาพสีสวยอีกเรื่องเลยครับ
.
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/matsuko.jpg)
โปสเตอร์ครับกระผม
ชื่อเรื่อง : Memories of Matsuko
นำแสดง : มิกิ นากาทานิ (นางเอกเดนฉะโอโตโกะภาคหนังโรง) เอตะ นากายามะ
กำกับการแสดง :เท็ตสึยะ นากาชิมะ (Kamikaze Girls)
ประเภท :ตลก / ดรามา / เพลง
เข้าฉายวันที่ : 3 พฤษภาคม 2007 (ที่โรงภาพยนตร์ house เท่านั้น)
......
.....
....
...
..
เรื่องย่อ
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko_pt2.jpg)
"ฉันเกิดมาทำไม?" เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยตั้งคำถามนี้กับตัวเองอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ซึ่งในยามมีความสุข ก็คงไม่ใช่เวลาที่ใครจะมาตั้งคำถามระดับอภิปรัชญาแบบนี้ เฉพาะมีความทุกข์หรือมีความผิดปกติในชีวิตเท่านั้นแหละ ที่เราสงสัยกันเหลือเกินว่า พระเจ้า โชคชะตา หรือเวรกรรม ส่งข้าพเจ้ามาลืมตาบนโลกนี้ด้วยเหตุผลกลใด
เป็นไปได้หรือไม่ว่า คำถามนี้เกิดขึ้นเพราะขณะนั้น เรากำลังขาดทั้ง "เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ" และขาด "เป้าหมายในชีวิต"
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko14.jpg)
หญิงสาวนาม "มัตสึโกะ" (มิกิ นากาทานิ) ในภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง "Memories of Matsuko" คือตัวอย่างหนึ่งของผู้ที่ประสบสภาวะนั้น โดยเธอไร้สิ่งยึดเหนี่ยวมาตั้งแต่วัยเด็ก เพราะครอบครัวไม่สามารถทำหน้าที่นั้นให้เธอได้
เด็กหญิงมัตสึโกะรู้สึกว่าตนได้รับความรักไม่เพียงพอ เธอเห็นว่าพ่อมัวแต่เอาใจใส่น้องสาวที่กำลังป่วยมากกว่าจะสนใจให้ความอบอุ่นเด็กแข็งแรงอย่างเธอ กระนั้น มัตสึโกะก็ยังไม่ยอมแพ้ โดยเฉพาะเมื่อเธอค้นพบว่าอะไรที่ทำให้พ่อยิ้มได้ เด็กหญิงก็จะทำสิ่งนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเอาชนะผู้ชายคนนี้ แม้ว่าวิธีที่ว่าจะใช้ไม่ได้ผลทุกครั้งไปก็ตาม
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko04.jpg)
ในยามเติบโต ความน้อยใจที่มีให้ครอบครัว ผสมกับการบาดเจ็บจากเรื่องเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนที่ตนเป็นครูอยู่ ก็เป็นเหตุทำให้มัตสึโกะในวัยสาวต้องหลบลี้หนีหน้าจากบ้านเกิด เธอถูกตัดญาติขาดมิตรและต้องเดินด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ด้วยความที่มีพื้นฐานจิตใจไม่แข็งแรง เนื่องจากไม่ได้รับความอบอุ่นมากพอ มัตซึโกะจึงกลายเป็นหญิงขี้เหงา ที่ต้องการใครสักคนมาอยู่ข้างกายตลอดเวลา
"จะให้ไปลงเหวหรือตกนรกที่ไหนฉันก็ยอม ขอแค่ให้ได้อยู่กับผู้ชายคนนี้" มัตสึโกะกล่าวกับเพื่อนสาวที่เข้ามาห้ามไม่ให้เธอคบกับ "ผู้ชายเลวๆ"
"จะถูกเขาตี หรือถูกฆ่าก็ไม่เป็นไร" เธอว่า "ยังไงก็ดีกว่าอยู่คนเดียว"
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko05.jpg)
และน่าแปลกที่ชีวิตมัตสึโกะมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่รักการใช้กำลังกับเธออยู่เสมอ แต่หนังก็ไม่ทำให้ผู้ชมเกลียดคนเหล่านี้ไปเสียทีเดียว เพราะยังแสดงให้เราเห็นว่า แท้จริงแล้วพวกเขาก็ป่วยไข้ และขาดเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ต่างกับเธอ
"ขอโทษที่ฉันเกิดมา" ชายคนหนึ่งเขียนคำร่ำลากับมัตสึโกะอย่างนั้น ก่อนจะจากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ เช่นเดียวกับชายอีกคนที่คิดว่า สิ่งดีๆ ในชีวิตประการเดียวที่เขาจะให้ผู้หญิงคนนี้ได้ คือการไปจากชีวิตเธอ
พวกเขาทำไปโดยที่ไม่รู้เลยว่า มันยิ่งทำให้หญิงสาวเจ็บปวดขึ้นอีกเท่าทวีคูณ
"มันเหมือนกับว่าชีวิตฉันจะจบลงตรงนั้น" เธอบอกอย่างนี้หลายครั้งหลังการลาจาก ทว่า มัตสึโกะก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ทุกครั้งเช่นกัน แม้ในครั้งที่เธอเจ็บปวดที่สุด จนคิดว่าจะไม่ให้ความเชื่อใจแก่ใครอีกแล้ว มัตสึโกะก็ยังมีลมหายใจอยู่ได้ นั่นก็เพราะเธอยังมีความรัก
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko08.jpg)
"คนเราไม่ได้ตัดสินกันตรงที่ว่าเราได้อะไร แต่อยู่ที่ว่าเราให้อะไร"
"Memories of Matsuko" ไม่ได้นำเสนอเรื่องของหญิงสาวผู้ซวยซ้ำซวยซ้อนคนนี้ตรงๆ แต่เลือกที่จะเล่าผ่าน "โช" (เอตะ นากายามะ) หลานชายวัยรุ่น ที่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับป้าของเขาก็ต่อเมื่อเธอได้จากโลกนี้ไปแล้ว โดยแต่เดิม โชเป็นเด็กต่างจังหวัด ทว่า เขาก็ตัดสินใจเดินทางมาเมืองหลวงเพื่อตามหาความฝันของตัวเอง
"ทุกคนมีฝัน แต่มีบางคนเท่านั้นที่ทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จ, แล้วคนที่เหลือล่ะ?"
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko06.jpg)
โชอยากเป็นนักดนตรี แต่สิ่งที่เขาทำในแต่ละวันคือการเช่าหนังโป๊มาดู ส่วนกีตาร์ของเขานั้นฝุ่นเกาะจนหมด แต่แล้ววันหนึ่ง เรื่องราวของป้าก็ได้เดินทางมาสะกิดฝุ่นกีตาร์นั้น
เขาได้รู้ว่าป้าของตัวเป็นผู้ที่รักการร้องเพลง แต่สุดท้ายเธอก็เป็นได้แค่สาวบาร์ คนขี้คุก ที่ดีหน่อยก็มีแค่การได้เป็นช่างตัดผมเท่านั้นเอง
ซึ่งอันที่จริง ชีวิตหญิงสาวก็ไม่ได้จะต้องประสบความสำเร็จด้วยการเป็นนักร้องอะไรให้วุ่นวายหรอก เพราะ "เป้าหมาย" ในชีวิตของเธอจริงๆ ก็ได้แก่การได้ "กลับบ้าน" เพียงเท่านั้นเอง
"ถ้าท้องหิวก็กลับบ้านเราเถอะ" เพลงที่มัตสึโกะร้องมีเนื้อหาอย่างนั้น แต่เธอไม่ได้ทำตามคำแนะนำที่ว่า เพราะยามหิวรัก มัตสึโกะเลือกที่จะให้ผู้ชายอื่นเป็นคนทำให้อิ่ม ไม่ใช่ครอบครัว ทั้งๆ ที่มันคือสิ่งเดียวที่เธอถวิลหาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเหตุที่ไม่กล้ากลับไป ก็อาจเป็นเพราะเธอคิดว่าตัวเองไม่มีค่าพอสำหรับใครก็ได้
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko07.jpg)
"ขอโทษที่ฉันเกิดมา" เธอจารึกคำนั้นไว้บนกำแพง "บ้าน" หลังสุดท้ายของชีวิต
โชได้เรียนรู้หลายอย่างจากชีวิตของป้า เราอาจไม่ได้เห็นความเป็นไปของเขาหลังจากนั้น แต่ก็เชื่อว่า คำตอบต่อคำถามที่ว่า "ฉันเกิดมาทำไม?" ของโชย่อมไม่เหมือนเดิมแน่นอน
จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าชีวิตของตัวละครเอกใน "Memories of Matsuko" จัดว่าเข้าขั้นรันทดเหลือหลาย ทว่า หนังกลับเลือกใช้ภาพที่มีสีสันจัดจ้าน สดใส มีสไตล์หวือหวา แถมยังสวยจัดในการนำเสนอ อีกทั้งยังมีเพลงและดนตรีประกอบที่แสนคึกคักฮาเฮ มิหนำซ้ำนักแสดงก็เล่นกัน "ใหญ่" ราวกับตัวละครในหนังการ์ตูนก็ไม่ปาน
ซึ่งนั่นก็ทำให้คนดูเกิดอาการกระอักขึ้นมาทันที เพราะฉากที่ในเวลาปกติน่าจะขำ เรากลับหัวเราะกันไม่ออก โดยเฉพาะกับบางฉาก ที่เราถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ทว่า ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน หนังก็กลับทำท่าทะลึ่งทะเล้นขึ้นมาเสียนี่
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko12.jpg)
ที่เป็นอย่างนี้ก็อาจเป็นเพราะหนังต้องการจะบอกคนดูว่า อย่ามัวแต่โศกเศร้าหรือขบขันกับชะตาชีวิตของตัวละครให้มากนักเลย เพราะยังมีสารอีกมากมายที่พวกเขาต้องการให้เรารู้สึกและคิดตาม
ซึ่งสิ่งนั้นก็สามารถปลดปล่อยสิ่งที่คั่งค้างอยู่ในใจเราได้ ไม่แพ้การระเบิดเสียงหัวเราะหรือหลั่งน้ำตาแต่อย่างใด
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko11.jpg)
...................................................................
ทำไมต้องไปดู Memories of Matsuko
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/post-228427-1163816063.jpg)
* Memories of Matsuko หนังเรื่องนี้สีสวยมากๆๆๆ(เปรียบเทียบของไทนก็หมานคร) ใครที่เข้าได้ดู Kamikaze Girls ผลงานเรื่องก่อนของผู้กำกับท่านนี้คงจะทราบกันดีเรื่องการทำสีสวยๆในหนังให้เราได้ชม จึงแนะนำว่าควรดูในโรงหนังมากๆ
* Memories of Matsuko เข้าชิงรางวัลเจแปน ฟิล์ม อวอร์ดส์ ถึง 9 รางวัลด้วยกัน (รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม) และสามารถคว้ามาได้ 3 รางวัล คือ ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (แกเบรียล โรแบร์โต และ ซึโยชิ ชิบูยะ), ลำดับภาพยอดเยี่ยม (โยชิยูกิ โคอิเกะ) และ รางวัลนักแสดงนำหญิง ของ มิกิ นากาตานิ ซึ่งได้รับการลงมติว่าเป็นบทนำหญิงที่มีสีสันที่สุดในปี 2006
* Memories of Matsuko ได้รับคัดเลือกจาก บลู ริบบอน อวอร์ดส์ (เวทีประกวดภาพยนตร์ที่น่าเชื่อถืออีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น) ให้เป็น 1 ใน 10 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในปี 2006 ที่ผ่านมา เคียงข้างหนังอย่าง Hula Girls ซึ่งเป็นตัวแทนญี่ปุ่นไปชิงรางวัลออสการ์
* นิตยสารคีเนมะ จุนโป (Kinema Junpo) นิตยสารภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ยกให้ Memories of Matsuko เป็นหนัง 1 ใน 10 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในปี 2006
* ด้วยความที่เคยกำกับมิวสิค วิดีโอมาก่อน ผู้กำกับ เทตสึยะ นากาชิมะ เลยสร้างโลกของมัตสึโกะใน Memories of Matsuko ให้ออกมาสวยเหมือนนั่งดูมิวสิค วิดีโอสีฉูดฉาด และสอดแทรกด้วยงานศิลปะแบบป๊อบอาร์ตที่ถึงใจ ตามความตั้งใจของนากาชิมะที่อยากให้หนังเรื่องนี้เป็นที่รวบรวม งานพาณิชย์ศิลป์ ของญี่ปุ่นทุกอย่างมาใส่ไว้ด้วยกัน ตั้งแต่เพลงญี่ปุ่น การ์ตูนญี่ปุ่น แฟชั่นแบบญี่ปุ่น ฯลฯ
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko02.jpg)
* แกรดี เฮนดริกซ์ นักวิจารณ์จากนิวยอร์ก ซัน ยกให้ Memories of Matsuko เป็นหนังต่างประเทศที่ดีที่สุดที่ยังไม่ได้รับการจัดจำหน่ายในอเมริกา ประจำปี 2006
* Memories of Matsuko ติด 1 ใน 10 บนตารางทำเงินทั้งๆ ที่ตัวหนังออกฉายไปแล้วเป็นจำนวน 5 สัปดาห์ และออกฉายด้วยจำนวนโรงที่น้อยกว่าหนังใหญ่ๆ เรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ Memories of Matsuko ยังสร้างปรากฏการณ์กับคนดูด้วยการทำให้คนดูบางคนร้องไห้ แต่บางคนกลับหัวเราะออกมาในฉากเดียวกัน
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/mmatsuko01.jpg)
....................................................
......มารอบนี้ไม่มามือเปล่าเอาเพลงจากเรื่องนี้มาให้โหลดกันแบบฟรีๆ ซึ่งผมได้โหลดมาฟังเป็นที่เรียบร้อบแล้ว ทั้งชุดมี 19 เพลงขอบอกว่าถูกใจผมเกือบทุกเพลง มีทั้งแนวคลาสสิกแบบที่ฟังแล้วนึกถึงการ์ตูนนิทานจากดิสนี่ย์หรือเพลงร๊อคมันส์ๆก็มี ที่สำคัญในชุดนี้ยังมีเพลงจังหวะสนุกๆแบบยุค 80 และสวิงแจ๊สอีกด้วยซึ่งถูกใจผมเป็นอย่างมากครับ อยากให้ทุกคนลองโหลดมาฟังกันครับรับรองไม่ผิดหวัง
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/post-440981-1164130639.jpg)
ปกซีดีนะเออ
.
รายละเอียด OST Memories of Matsuko
Artist: VA
Title: Memories.of.Matsuko OST《松子被嫌弃的一生》(嫌われ松子の歌たち)
Label: ワーナーミュージック?ジャパン
Released: 2006/5/24
Rating: ★★★★
Tracks:
1. トゥリル トゥリル リカー / 木村カエラ
2. faker / ch feat. B-BANDJ
3. LOVE IS BUBBLE / BONNIE PINK
4. Dream Train / 及川リン
5. What Is A Life / AI & 及川リン
6. Endless / Joe Himeji feat. J.
7. Candy Tree / 及川リン
8. Happy Wednesday / 中谷美紀
9. まげてのばして / 湯浅亜美
10. 古い日記 / 和田アキ子
11. USO / 阿井莉沙
12. あなたの心に / 中山千夏
13. Feeling Good / Michael Buble
14. Walking On Springtime / Barbara Borra
15. Candy Tree - blossom ver. / 及川リン
16. Here, Always / Tommy Snyder & YOSHIKA
17. Shes What I Want To Be / ch
18. まげてのばして / 中谷美紀
19. Matsuko Medley / Matsuko Singers
http://www.mediafire.com/?czfjqgfjd2x (http://"http://www.mediafire.com/?czfjqgfjd2x")<<<<<<โหลดตรงนี้นะเออ
สนใจสามารถตามลิงค์นี้ไปโหลดได้ครับ ฟรี!!!
(http://"http://www.mediafire.com/?czfjqgfjd2x")
................................
ขอบคุณข้อมูล http://www.matichon.co.th/ (http://"http://www.matichon.co.th/"), http://www.houserama.com (http://"http://www.houserama.com/")
...................
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/267.jpg)
"จิโยะจัง.....ทำไมเธอถึงบินได้ล่ะ"
{ โอซาก้า : เด็กผู้หญิงที่ชอบคิดเพ้อเจ้อเรื่อยเปื่อยคนหนึ่ง }
.
(http://i164.photobucket.com/albums/u32/anna-samanta/940690.jpg)
แม้จะถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพงสักแค่ไหน ก็ไม่ช่วยให้หญิงสาวนั้นสวยงามขึ้นมาได้ เพราะความงามที่แท้จริงของพวกเธอนั้นอยู่ที่แว่นตานั้นเอง
สุขภาพแข็งแรงทุกคนนะครับ
http://rapinsamanta.exteen.com/20070525/memories-of-matsuko (http://rapinsamanta.exteen.com/20070525/memories-of-matsuko)
http://www.youtube.com/v/6R45P6nJ544
Memories of Matsuko : เส้นทางฝันแห่งมัตสึโกะ (http://www.oknation.net/blog/lostinspace/2007/08/31/entry-1)
(http://i55.photobucket.com/albums/g144/lostinspace2006/Memories%20of%20Matsuko/MoM_poster.jpg)
คุณเคยหยุดสายตาเพ่งพิศมองดูหญิงไร้สติสักคนไหม เธอแต่งกายมอมแมม ผมเผ้ารกรุงรัง มักเดินตามริมถนน ตามสวนสาธารณะ หรือนั่งเหม่ออยู่ริมฟุตบาธ หรือที่ไหนก็ได้สักแห่งในเมืองใหญ่
เธออาจจะไม่ธรรมดา ไม่ได้ไร้ค่า อย่างที่สายตาเรามองเห็น
เธอคนนั้น อาจผ่านเรื่องดีร้ายมากมายหลายอย่าง สุขสมใจอย่างมหัศจรรย์หฤหรรษ์ และก้าวไปสู่ความทุกข์ทรมานปวดร้าวหัวใจในเวลาต่อมา ชีวิตวูบไหวแกว่งไกวขึ้นลงอย่างนี้ อย่างไม่รู้จะสิ้นสุดหยุดลงเมื่อไหร่
(http://i55.photobucket.com/albums/g144/lostinspace2006/Memories%20of%20Matsuko/MoM_07.jpg)
เธออาจเป็นเช่น "มัตสึโกะ" หญิงสาวที่จากบ้านแสนรักที่เคยพักใจ มาไกลแสนไกล มานานแสนนาน มาตามฝันเพื่อเติมเต็มบางสิ่งในใจที่ขาดหาย
บัดนี้... เธอเหนื่อยล้ากับชีวิตเต็มทน เธออยากกลับบ้าน
แม้ว่า... ที่สุดอาจจะไม่เหลือใครเลยก็ตาม
(http://i55.photobucket.com/albums/g144/lostinspace2006/Memories%20of%20Matsuko/MoM_06.jpg)
เราเองไม่รู้ว่าหนังเรื่อง “Memories of Matsuko” เรื่องนี้ทำรายได้อย่างถล่มทลายในญี่ปุ่นมากน้อยแค่ไหน แต่คงไม่ถล่มทลายในเมืองไทยแน่ ๆ เพราะจำได้ว่าหนังเรื่องนี้เข้าฉายอย่างเงียบเชียบ (อีกแล้ว) ในโรงภาพยนตร์ “ลิโด้” เมื่อราว 2-3 เดือนที่ผ่านมา
ที่สำคัญกว่าเรื่องรายได้คือ หนังเรื่องนี้มันทะลุทะลวงหัวใจคนดูอย่างเรา ให้สยบยอมยกนิ้วโป้งให้กับความเยี่ยมยอดของทุกสิ่งอย่างที่ปรากฏในหนังเรื่องนี้
เขาว่ากันว่าถ้าจะดูหนังรักโรแมนติก หวานซึ้งตรึงใจ ต้องดูหนังเกาหลี ส่วนเราเห็นว่า ถ้าจะดูหนังที่ละเอียดอ่อนถึงความรู้สึกของความเป็นมนุษย์ ต้องยกให้ หนังญี่ปุ่น
(http://i55.photobucket.com/albums/g144/lostinspace2006/Memories%20of%20Matsuko/MoM_03.jpg)
เราเคยซาบซึ้งอย่างสุขใจกับความรู้สึกสะอาดอุ่นละมุนใจ ในความเอื้ออาทรระหว่างเพื่อนมนุษย์มาแล้ว จากหนังญี่ปุ่นเรื่อง “Always Sunset on Third Street” นั่นคือหนังว่าด้วยด้านบวกของชีวิต
มาถึงหนังญี่ปุ่นเรื่อง “Memories of Matsuko” เรื่องนี้ ทำให้เราเข้าใจบางส่วนของในความเป็นมนุษย์มากขึ้นอีกลำดับหนึ่ง และนี่คือหนังที่ว่าด้วยด้านลบของชีวิต
บางครั้งเราเคยไม่เข้าใจว่า ทำไมคนบางคนถึงได้โง่เง่า รักใครอย่างงมงายไม่โงหัว ทุ่มเทอย่างไร้สติ ทำไมบางคนไม่เคยเข็ดหลาบกับความรักที่ช้ำแล้วช้ำเล่า รอแล้วรอเล่ากับความหวังอันแร้นไร้และลมแล้งสิ้นดี
(http://i55.photobucket.com/albums/g144/lostinspace2006/Memories%20of%20Matsuko/MoM_01.jpg)
ไม่เข้าใจว่า ทำไมพ่อแม่บางคนจึงมีท่าทีมึนตึง เฉยชา เหตุใดเขาถึงไม่ยอมแสดงออกถึงความรักที่มีต่อลูกอย่างชัดแจ้ง ทำไมลูกบางคนจึงเรียกร้องต้องการความรัก ความอบอุ่นอย่างไม่สิ้นสุดเพียงพอ ช่างเป็นลูกที่เอาแต่ใจ ไม่เข้าอกเข้าใจพ่อแม่เอาเสียเลย
หนังเรื่องนี้น่าจะให้คำตอบที่ดี สำหรับบางคนที่เคยมีคำถามเดียวกับเรา
ที่เขียนมาทั้งหมด อาจทำให้คนอ่านบางคนเข้าใจผิด คิดว่าหนังเรื่องนี้คงเต็มไปด้วยบรรยากาศสุดแสนเศร้าเคล้าน้ำตากันทั้งเรื่อง
(http://i55.photobucket.com/albums/g144/lostinspace2006/Memories%20of%20Matsuko/MoM_04.jpg) (http://i55.photobucket.com/albums/g144/lostinspace2006/Memories%20of%20Matsuko/MoM_05.jpg)
แต่อันที่จริงแล้ว ไม่ใช่เลย... เราแทบจะเรียกหนังเรื่องนี้เป็น “หนังเพลง” เลยก็ว่าได้ เพราะใช้เพลงเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินเรื่องเกินกว่าครึ่ง และส่วนใหญ่ก็จะเป็นท่วงทำนองที่สนุกสนานมากกว่าเศร้าสร้อย แทรกปนไปด้วยมุกตลกสไตล์ญี่ปุ่นแบบขำกลิ้ง (ไม่มีทั้งลิงและหมา) ในหลายต่อหลายฉาก เป็นความขำบนความขื่นของชีวิตก็ว่าได้
เหล่านี้ ทำให้หนังที่มีเนื้อหาว่าด้วยชีวิตสุดรันทด ขมขื่นของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง กลายเป็นหนังที่เต็มไปด้วยสีสันแพรวพราวของความสนุกสนานร่าเริง ตระการตาและตระการใจไปกับงานสร้างอันอลังการ
(http://i55.photobucket.com/albums/g144/lostinspace2006/Memories%20of%20Matsuko/MoM_02.jpg)
คอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่นำมาใช้ ให้ความรู้สึกในหลายตอนของหนังเหมือนเป็นความรู้สึกเหนือจริง มีสีสันรูปแบบดูสนุก ๆ แบบการ์ตูน ๆ
ฝีมือการแสดงของดาราที่รับบทเป็นนางเอกที่เฉียบคมพลิ้วไหวในทุกฉาก เธอทำหน้าตาตลกพิลึกพิลั่น แบบไม่เหลือเค้าความเป็นนางเอก และบทภาพยนตร์ที่สร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูได้ สนุกและเศร้าไปกับหนังด้วยอย่างกลมกลืน ไร้รอยสะดุด ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงหรือได้อารมณ์ที่แปร่งแปลก
(http://i55.photobucket.com/albums/g144/lostinspace2006/Memories%20of%20Matsuko/MoM_04-a.jpg)
ส่วนตัวแล้ว ไม่อยากจะเล่าเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้มากมายนัก เพราะอยากให้คนที่ยังไม่ได้ดู ไม่เสียอรรถรส ได้สนุกกับการดูหนังเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เรียกว่าเวลา [/FONT]2 ชั่วโมงของหนังเรื่องนี้ไม่ชวนให้น่าเบื่อ น่าง่วงหาวเลยแม้แต่ฉากเดียว (แต่ถึงเล่าให้ฟังอย่างละเอียดจนจบ ก็ยังดูสนุกอยู่ดี เราเชื่ออย่างนั้น)
นี่ไม่ใช่หนังประเภทดูยาก หนังอาร์ต หนังคัลท์ แบบต้องใช้บันไดพาดขึ้นไปดู หรือต้องตีความ หานัยยะแฝงเร้นในสัญลักษณ์อะไรมากมาย ซึ่งถ้าจะเปรียบว่าหนังเรื่องนี้เป็นเพลง ๆ หนึ่ง ก็น่าจะเรียกได้ว่า “เป็นเพลงพ็อพคุณภาพ ที่สร้างสรรค์ ฟังเพราะ ไม่ไร้สาระ สนุก และอิ่มเอมใจ”
(http://i55.photobucket.com/albums/g144/lostinspace2006/Memories%20of%20Matsuko/MoM_08.jpg)
นี่จึงเป็นหนังอีกเรื่อง ที่เราภูมิใจนำเสนอและอยากเชื้อเชิญให้รีบไปหามาดูเป็นอย่างยิ่ง รับประกันความถูกใจ ยินดีให้เอาแผ่น DVD เรื่องนี้มาเขวี้ยงศรีษะคนเขียนได้ (แต่จะทำกันได้ลงคอเชียวหรือ 555)
คำแนะนำ
ถึงแม้จะมีตัวแสดงเด็กในหนัง และเป็นหนังกึ่งหนังเพลงที่ดูสนุกสนาน แต่มีหลายฉากที่ออกจะติดเรทอาร์ แนะนำว่าไม่สมควรให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะได้ดูโดยลำพัง
嫌われ松子の一生 (http://www.youtube.com/watch?v=iU1TRksvzO8#)
Memories of Matsuko หนังโศกนาฎกรรมหรรษา
ใครๆก็มีฝัน แต่กี่คนที่จะสามารถทำให้ฝันเป็นจริง
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko1.jpg)
เรื่องราวชีวิตของมัตสึโก๊ะ หญิงสาวแสนซื่อ ที่มีชีวิตที่รันทดหดหู่ ชวนให้น้ำตาไหล แต่ผลงานการกำกับของผู้กำกับของ เท็ตสึยะ นากาชิมะ ไม่ได้ทำให้เรื่องราวของมัตสึโก๊ะดูสิ้นหวังอย่างสิ้นเชิง หนังเต็มไปด้วยความฝัน และความหวัง ด้วยภาพที่สดใส และ เพลงอันไพเราะตลอดทั้งเรื่อง ทำให้เรื่องราวของมัตสึโก๊ะ ที่มีชีวิตที่ผกผัน มีสีสรรค์ ตลอดทั้งเรื่อง
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/girl.jpg)
ภาพจากหนังเรื่อง Kamikaze Girls ของ เท็ตสึยะ นากาชิมะ
ผมรู้จักผู้กำกับของ เท็ตสึยะ นากาชิมะ จากการที่เพื่อนแนะนำให้ดูหนังเรื่อง Kamikaze Girls เป็นหนังวัยรุ่นสีจัดจ้านและมีสไตล์เป็นของตัวเอง ผมชอบหนังเรื่องนี้มาก และเมื่อได้รู้ว่าเขากำกับ Memories of Matsuko ผมจึงไม่ลังเลที่จะดู อีกทั้ง House โรงหนัง อาร์ต ในบ้านเรานำเรื่องนี้เข้ามาฉาย แต่หลายๆคนคงพลาดชม เพราะ โรงหนังฉายเพียงที่เดียว ตอนนี้ก็มี VCD ออกมาจำหน่ายแล้วครับ
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko3.jpg)
ก่อนจะเข้าสู่เนื้อเรื่อง ซึ่งผมคงจะเล่าละเอียดหน่อย เพราะคิดว่าหลายคนคงไม่ได้ดู ขอเอ่ยถึงรางวัลและความน่าสนใจของหนังญี่ปุ่นเรื่องนี้ครับ
*Memories of Matsuko สร้างจากนิยายขายดีติดอันดับของ มุนากิ ยามาดะ
*Memories of Matsuko เข้าชิงรางวัลเจแปน ฟิล์ม อวอร์ดส์ ถึง 9 รางวัลด้วยกัน (รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม) และสามารถคว้ามาได้ 3 รางวัล คือ ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (แกเบรียล โรแบร์โต และ ซึโยชิ ชิบูยะ), ลำดับภาพยอดเยี่ยม (โยชิยูกิ โคอิเกะ) และ รางวัลนักแสดงนำหญิง ของ มิกิ นากาตานิ ซึ่งได้รับการลงมติว่าเป็นบทนำหญิงที่มีสีสันที่สุดในปี 2006
* Memories of Matsuko ได้รับคัดเลือกจาก บลู ริบบอน อวอร์ดส์ (เวทีประกวดภาพยนตร์ที่น่าเชื่อถืออีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น) ให้เป็น 1 ใน 10 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในปี 2006 ที่ผ่านมา เคียงข้างหนังอย่าง Hula Girls ซึ่งเป็นตัวแทนญี่ปุ่นไปชิงรางวัลออสการ์
* นิตยสารคีเนมะ จุนโป (Kinema Junpo) นิตยสารภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ยกให้ Memories of Matsuko เป็นหนัง 1 ใน 10 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในปี 2006
* ด้วยความที่เคยกำกับมิวสิค วิดีโอมาก่อน ผู้กำกับ เทตสึยะ นากาชิมะ เลยสร้างโลกของมัตสึโกะใน Memories of Matsuko ให้ออกมาสวยเหมือนนั่งดูมิวสิค วิดีโอสีฉูดฉาด และสอดแทรกด้วยงานศิลปะแบบป๊อบอาร์ตที่ถึงใจ ตามความตั้งใจของนากาชิมะที่อยากให้หนังเรื่องนี้เป็นที่รวบรวม “งานพาณิชย์ศิลป์” ของญี่ปุ่นทุกอย่างมาใส่ไว้ด้วยกัน ตั้งแต่เพลงญี่ปุ่น การ์ตูนญี่ปุ่น แฟชั่นแบบญี่ปุ่น ฯลฯ
* แกรดี เฮนดริกซ์ นักวิจารณ์จากนิวยอร์ก ซัน ยกให้ Memories of Matsuko เป็นหนังต่างประเทศที่ดีที่สุดที่ยังไม่ได้รับการจัดจำหน่ายในอเมริกา ประจำปี 2006
* Memories of Matsuko ติด 1 ใน 10 บนตารางทำเงินทั้งๆ ที่ตัวหนังออกฉายไปแล้วเป็นจำนวน 5 สัปดาห์ และออกฉายด้วยจำนวนโรงที่น้อยกว่าหนังใหญ่ๆ เรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ Memories of Matsuko ยังสร้างปรากฏการณ์กับคนดูด้วยการทำให้คนดูบางคนร้องไห้ แต่บางคนกลับหัวเราะออกมาในฉากเดียวกัน
มาดูเรื่องราวของมัตสึโก๊ะกันต่อครับ
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko4.jpg)
ในภาพเป็น โช กับ ชายเพี้ยนข้างห้องมัตสึโก๊ะ
เริ่มเรื่องจาก “โช “ชายหนุ่มที่ผิดหวังในชีวิต เขาออกจากบ้านมาแสวงหาเส้นทางของตัวเองตั้งแต่อายุ 18 ปี ด้วยความอยากเป็นนักดนตรี เมื่อถูกแฟนสาวตัดเยื่อใย และต้องออกจากวง เขาจมตัวเองอยู่กับเหล้า และวีดีโอโป๊ ภายในห้องเช่าสุดรก เมื่อเช้าวันหนึ่ง พ่อของเขามาหา พร้อมกับกล่องกระดูกคนตาย เขาถามว่าเป็นใคร พ่อบอกว่า นี่คือกระดูกของ มัตสึโก๊ะ ซึ่งเป็นป้าของเจ้า เขามีชีวิตที่ไร้ค่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมานี้เอง ที่มีข่าวออกว่า พบศพหญิงคนหนึ่ง ถูกทุบตีตายริมแม่น้ำ พ่อต้องรีบกลับบ้านที่ต่างจังหวัด จึงให้เขาไปช่วยเก็บบ้านพัก
ไม่น่าเชื่อว่า ป้ามัตสึโก๊ะที่เขาไม่คุ้นเคยพบเลย จะทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงตลอดไป เรื่องราวของมัตสึโก๊ะ ถูกถ่ายทอดจากบุคคลหลายคน ผ่านมายัง โช ให้รับรู้ไปพร้อมกับเรา ผู้ชม
“ฉันเกิดมาทำไม?" เชื่อว่าหลายคนเคยตั้งคำถามนี้กับตัวเองอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ในขณะที่มีความทุกข์หรือมีความผิดปกติในชีวิตเท่านั้นแหละ ที่เราสงสัยกันเหลือเกินว่า พระเจ้า โชคชะตา หรือเวรกรรม ส่งข้าพเจ้ามาลืมตาบนโลกนี้ด้วยเหตุผลกลใด คำถามนี้เกิดขึ้นเพราะขณะนั้น เรากำลังขาดทั้ง "เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ" และขาด "เป้าหมายในชีวิต"
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko7.jpg)
เด็กหญิงมัตสึโกะรู้สึกว่าตนได้รับความรักไม่เพียงพอ เธอเห็นว่าพ่อมัวแต่เอาใจใส่น้องสาวที่กำลังป่วยมากกว่าจะสนใจให้ความอบอุ่นเด็กแข็งแรงอย่างเธอ กระนั้น มัตสึโกะก็ยังไม่ยอมแพ้ โดยเฉพาะเมื่อเธอค้นพบว่าอะไรที่ทำให้พ่อยิ้มได้ เด็กหญิงก็จะทำสิ่งนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเอาชนะผู้ชายคนนี้ แม้ว่าวิธีที่ว่าจะใช้ไม่ได้ผลทุกครั้งไปก็ตาม
ในวัยสาวสะพรั่ง ความน้อยใจที่มีให้ครอบครัว ผสมกับการบาดเจ็บจากเรื่องเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนที่เธอเป็นครูอยู่ จากการต้องการช่วยเหลือเด็กเกเรที่เธอเป็นครูประจำชั้น ทำให้เธอต้องถูกไล่ออกจากโรงเรียน เธอทำร้ายน้องสาวที่ป่วยและหนีออกจากบ้านถูกตัดญาติขาดมิตรและต้องเดินด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ด้วยความที่มีพื้นฐานจิตใจไม่แข็งแรง เนื่องจากไม่ได้รับความอบอุ่นมากพอ มัตซึโกะจึงกลายเป็นหญิงขี้เหงา ที่ต้องการใครสักคนมาอยู่ข้างกายตลอดเวลา
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko2.jpg)
มัตสึโก๊ะ กับชายนักเขียน
ชีวิตของเธอ ต้องผ่านความบอบช้ำมาอย่างเหลือทน ผู้ชายคนแรกเป็นนักเขียนผู้ชอบตบตีทำร้ายเธอ และขี้เหล้า แต่เธอก็ยังอดทนต่อเขา เขาบังคับให้เธอไปทำงานอาบอบนวด แต่เธอก็ใจไม่กล้าพอ ได้แต่ขอยืมเงินจากน้องชายมาประทังความเป็นอยู่ในครอบครัวขณะนั้น จนกระทั่งเขาฆ่าตัวตาย
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko5.jpg)
มัตสึโก๊ะ กับ ชายที่มีภรรยาแล้ว
ชายคนต่อมา เป็นคนที่มีครอบครัวแล้ว เขาทำให้ มัตสึโก๊ะ สดใสขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เจาจะมาหาเธอทุกวันพุธ ทำให้วันพุธเป็นวันที่เธอรอคอย จนกระทั่งเธอสะกดรอยตามเขาไปที่บ้าน และเขาโกรธมาก จึงเลิกกับเธอ
เธอหันหน้ากลับไปสู่การเป็นหมดนวดด้วยความสมัครใจ ทำให้ครอบครัวยิ่งรับเธอไม่ได้ เธอกลายเป็นดาวเด่นในเรื่องเซ็กซ์ และมีแฟนเป็นแมงดา จนในที่สุด เธออดทนต่อผู้ชายคนนี้ไม่ไหว และกลายเป็นฆาตกร
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko6.jpg)
มัตสึโก๊ะ กับชายช่างตัดผม
เธอตั้งใจจะฆ่าตัวตายตาม แต่ด้วยยังไม่ถึงที่ เธอได้รับการช่วยเหลือจากผู้ชายช่างตัดผมที่แสนจะธรรมดาคนหนึ่ง เธอตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขา แต่ก็เหมือนมีกรรม ตำรวจมาจับกุมเธอได้ เธอต้องโทษในคุกหลายปี
ในคุกนี้ เธอดูแตกต่างจาก ผู้หญิงคนอื่นๆ และเป็นที่จับตามองของหญิงเลสเบี้ยน ซึ่งต่อมากลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ เรื่องถูกเล่าด้วยเพลง และภาพเป็นช่วงๆในแต่ละช่วงชีวิตของมัตสึโก๊ะ ซึ่งเพลงที่อยู่ในคุกชื่อเพลง ฉันเกิดมาทำไม สะท้อนเรื่องได้ดีทีเดียว และก็ถึงวันที่เธอออกจากคุก
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko8.jpg)
แต่คนที่เธอรอคอย ไม่ได้คอยเธอเสียแล้ว ชายช่างตัดผม เขาแต่งงานใหม่ และมีลูกไปเสียแล้ว มัตสึโก๊ะต้องหอบเอาความผิดหวัง และเริ่มต้นใหม่ในชีวิตอีกครั้ง เธอไปเป็นลูกจ้างในร้านทำผม และมีโอกาสได้มาพบกับเพื่อนรักของเธอในคุก ซึ่งตอนนี้มีสามีเป็นเจ้าพ่อหนังโป๊ และเธอก็เล่นหนังโป๊ด้วย
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko10.jpg)
เรื่องราวน่าจะเป็นไปด้วยดี ถ้ามัตสึโก๊ะไม่พบกับ ริวโยอิจิ ลูกศิษย์ที่ทำให้เธอต้องถูกไล่ออกจากโรงเรียน ขณะนี้กลายเป็นลูกน้องของยากูซ่า เธอไม่ได้โกรธเขาเลย เช่นเดียวกับเขา ที่หลงรักครูมานาน ภาพของครูสาวเสียงใสใจดี ยังอยู่ในใจเขาเสมอ และเมื่อคนเหงาและขาดที่ยึดเหนี่ยว 2 คนมาเจอกัน เธอก็ตกลงไปอยู่กับเขาอย่างรวดเร็ว เธอพูดซ้ำซาก ขอให้เขาอย่าทิ้งเธอไป และขอให้เลิกอาชีพยากูซ่า แต่เขาไม่ยอม และบางครั้งก็ถึงขั้นตบตี แต่เธอก็ยังรักเขา
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko9.jpg)
"จะให้ไปลงเหวหรือตกนรกที่ไหนฉันก็ยอม ขอแค่ให้ได้อยู่กับผู้ชายคนนี้" มัตสึโกะกล่าวกับเพื่อนสาวที่เข้ามาห้ามไม่ให้เธอคบกับ "ผู้ชายเลวๆ"
"จะถูกเขาตี หรือถูกฆ่าก็ไม่เป็นไร" เธอว่า "ยังไงก็ดีกว่าอยู่คนเดียว"
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko12.jpg)
ชีวิตมัตสึโกะมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่รักการใช้กำลังกับเธออยู่เสมอ แต่หนังก็ไม่ทำให้ผู้ชมเกลียดคนเหล่านี้ไปเสียทีเดียว เพราะยังแสดงให้เราเห็นว่า แท้จริงแล้วพวกเขาก็ป่วยไข้ และขาดเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ต่างกับเธอ
ริวโยอิจิ ผู้เติบโตมาอย่างไร้รัก มีเพียง มัตสึโก๊ะ คนเดียวที่รักเขาอย่างจริงใจ เขาต้องติดคุก ทำให้เขาจากกับเธอไป การรอคอยของมัตสึโก๊ะ กับ สิ่งที่เขาคิดคือ สิ่งดีๆ ในชีวิตประการเดียวที่เขาจะให้ผู้หญิงคนนี้ได้ คือการไปจากชีวิตเธอ ริวโยอิจิ ทำไปโดยที่ไม่รู้เลยว่า มันยิ่งทำให้หญิงสาวเจ็บปวดขึ้นอีกเท่าทวีคูณ และในที่สุด เขาก็รู้แล้วว่า เธอคือพระเจ้าของเขา เขาตามหาเธอ ในขณะที่มันสายเกินไป
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko13.jpg)
มัตสุโก๊ะ ในวัยกลางคน เธอเก็บตัวเอง เอาแต่กินอยู่ในห้องโกโรโกโส เธอไม่เคยทิ้งขยะ ปล่อยตัวเองให้อ้วน ไม่ยอมอาบน้ำ ไม่สนใจตัวเอง เธอปล่อยให้ตัวเองไร้ค่า และสัญญาว่าจะไม่มีความรักอีก แต่กลับกลายเป็นคนคลั่งดารา เธอเขียนจดหมายถึงนักร้องหนุ่ม เป็นเล่ม และรอการตอบจดหมายของเขา แต่ไม่มีจดหมายตอบกลับ บางครั้งเธอก็คลั่ง จนต้องเข้าโรงพยาบาลประสาท ที่โรงพยาบาล เธอได้พบกับเพื่อนรักอีกครั้ง แต่เธอปฏิเสธที่จะคุยกับเพื่อน เก็บไว้เพียงนามบัตรของเพื่อน
แม้ในที่สุดดูเหมือนแสงสว่างเล็กๆจะมาจุดประกายให้เธอมีความหวังขึ้นอีกครั้ง เธอไปค้นหานามบัตรที่โยนทิ้งไปที่ริมแม่น้ำ ก่อนจะถูกกลุ่มวัยรุ่นลอบทำร้าย จากความหวังดีของเธอ ไม่น่าเชื่อว่า เธอจบชีวิตเศร้าๆลงแบบนี้
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/mutsuko/matsuko11.jpg) สำหรับ โช ได้รู้ว่าป้าของตัวเป็นผู้ที่รักการร้องเพลง เหมือนกับว่ามัตสึโก๊ะต้องการจะบอกอะไรกับเขา แม้ในสายตาของพ่อ ป้ามัตสึโก๊ะ จะเป็นเพียง หมอนวด ฆาตกร คนขี้คุก คนบ้า และคนไร้ค่า แต่สำหรับ โช มันได้เปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเขา ก่อนที่เขาจะกลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาของสังคม
Memories of Matsuko นั้นมีเนื้อเรื่องที่รันทดหดหู่ แต่แทนที่จะทำหนังบีบเค้นน้ำตาขยี้หัวใจผู้ชม นากาชิมะกลับเลือกที่จะทำให้ Memories of Matsuko มีรูปลักษณ์หวือหวา สไตล์จัดจ้าน สีสันสดใส ด้วยการผสมผสานศิลปะสไตล์ไซคีเดลิค(ศิลปะที่เกิดในยุคบุปผาชน) และ pop Art กับ หนังเพลงเข้าไว้อย่างโดดเด่น ที่สำคัญคือ เรื่องเศร้าทั้งหมดในหนังได้รับการบอกเล่าด้วยน้ำเสียง ‘เฮฮา’ ราวกับกำลังเล่าเรื่องตลก และมีมุขตลกสอดแทรกอยู่ตลอดเรื่อง
เช่น การเล่าถึงการที่มัตสึโก๊ะเรียกร้องความสนใจจากพ่อของเธอ ด้วยการเลียนแบบตัวตลกโดยการทำหน้าตาบูดเบี้ยว จนติดเป็นนิสัย เมื่อใดที่เกิดวิกฤตในชีวิต เธอมักจะทำหน้าแบบนั้น คิดดูสิ เวลาที่เธอจะถูกไล่ออกจากครู เธอทำหน้าแบบนั้น
และตอนที่ โช ได้รับรู้เรื่องราวของมัตสึโก๊ะจากเพื่อนรักของเธอที่เป็นเจ้าแม่หนังโป๊ ก่อนลา เธอจูบเขาอย่างดูดดื่ม และแถมวีดีโอโป๊ที่เธอเล่นให้เขาอีก 3 ม้วนเป็นของที่ระลึก
ส่งผลให้ผู้ชมเกิดความขัดแย้งในใจระหว่างที่รับชม หลายคนถึงกับบอกว่า ดูแล้วอยากร้องไห้ แต่รู้สึกจุกและร้องไม่ออก และบางตอนเราก็หัวเราะทั้งน้ำตา อาจเรียกว่า เป็นหนัง‘โศกนาฏกรรมหรรษา’ ก็คงไม่ผิดนัก
ถ้าท้องหิวก็กลับบ้านเราเถอะ" เพลงที่มัตสึโกะร้องมีเนื้อหาอย่างนั้น แต่เธอไม่ได้ทำตาม แม้เธอจะรักพ่อมาก และเธอมารู้ทีหลังจากพ่อตายว่า พ่อก็รอการกลับมาของเธอ แม้ว่าเธอถวิลหาการกลับบ้านอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเหตุที่ไม่กล้ากลับไป ก็อาจเป็นเพราะเธอคิดว่าตัวเองไม่มีค่าพอสำหรับใครก็ได้
"ขอโทษที่ฉันเกิดมา" เธอจารึกคำนั้นไว้บนกำแพง "บ้าน" หลังสุดท้ายของชีวิต
http://www.oknation.net/blog/moviehall/2007/12/16/entry-1 (http://www.oknation.net/blog/moviehall/2007/12/16/entry-1)