(http://www.bloggang.com/data/t/thammakittakon/picture/1249015580.jpg)
.....คำพูดของไอสไตย์ที่มีต่อพุทธศาสนา
"…ศาสนาในอนาคตจะเป็นศาสนาแห่งสากลจักรวาล เป็นศาสนาที่ข้ามพ้นความเชื่อที่เป็นตัวเป็นตนของพระเจ้า
และหลีกเลี่ยงความเชื่อที่ศรัทธาแบบหัวรุนแรงโดยไม่พิสูจน์ และเรื่องความสัมพันธ์ของพระเจ้ากับโลกมนุษย์
แต่จะเป็นศาสนาที่ครอบคลุมทั้งเรื่องธรรมชาติและจิตวิญญาณ โดยมีพื้นฐานมาจากความรู้สึกทางศาสนาที่
มาจากประสบการณ์ที่ได้ประสบกับสรรพสิ่ง ทั้งจากธรรมชาติและจิตวิญญาณ
ด้วยนัยความหมายที่มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งพระพุทธศาสนาสามารถให้คำตอบ
ในสิ่งที่พรรณนามาดังกล่าว ถ้าจะมีศาสนาใดที่รองรับได้กับความต้องการของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
ศาสนานั้นก็คือ พระพุทธศาสนา…."
-http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD% ... 9%E0%B9%8C
ตีความจากคำพูดของไอสไตย์ ตามความคิดของผมน่าจะหมายถึง
ไอสไตย์เชื่อในพุทธศาสนา แต่ในส่วนที่พิสูจน์ได้เท่านั้น
การเกิดการดับของมนุษย์ สิ่งสำคัญอยู่ที่จิต เมื่อจิตแยกออกจากกาย
ที่เรียกว่า ตาย จิตหลังจากนั้นจะไปนรกหรือสวรรค์ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวจิตเอง
ที่ไปยึดเอาเรื่องราวต่างๆในขณะที่ยังมีชีวิต มันมีทั้งเรื่องที่เป็นกุศลหรืออกุศล
ทุกเรื่องจะถูกบันทึกไว้เป็นสัญญา ขณะที่จิตยังไม่ได้ไปปฏิสนธิ์ใหม่
สัญญาที่ไปยึดไว้ก่อนตายจะทำงานอยู่ตลอดเวลา
ผู้ใดที่ยึดสัญญาที่เป็นกุศล ก็เหมือนได้ขึ้นสวรรค์
ผู้ใดยึดแต่เรื่องอกุศลไว้ก็เหมือนตกนรก
จิตจะวนเวียนทำงานของมันไป เพื่อรอภพชาติใหม่ที่มีสภาพคล้าย
หรือตรงกับสัญญาที่จิตไปยึดไว้
จิตที่เป็นกุศลไร้การปรุงแต่ง จิตย่อมมาปฏิสนธิได้เร็ว
เพราะสภาวะที่ตรงกันของภพชาติใหม่ ไม่มีอะไรมาก
แต่ถ้าเป็นจิตที่มีแต่อกุศลมีการปรุงแต่งสังขารไว้มาก จิตย่อมปฏิสนธิใน
ชาติภพใหม่ได้ช้า เพราะต้องรอสภาวะใหม่ที่จิตไปยึดไว้มาก
และจากการที่จิตไปยึดอกุศลไว้ จิตมีแต่โทสะโมหะและโลภะ
สิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้ภพชาติหรือสภาวะที่จิตจะมาอยู่ ไม่สมบูรณ์
เนื่องด้วยจิตไปยึดเอาสิ่งต่างๆไว้มากเกินไป
จึงทำให้ เกิดมาพิการไม่สมประกอบ หรือการได้มาอยู่ใกล้กับสิ่งที่ยึดมั่นถือมั่นไว้
ในชาติที่แล้ว แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของเป็นต้น
เหล่านี้แหล่ะครับคือการอธิบาย เรื่องนรกสวรรค์ตายแล้วเกิด
ไอ้เรื่องพิภพมัจจุราช มันไม่มีอยู่จริงหรอก เขาแต่งขึ้นเพื่อ
ให้คนเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้าทำบาป
ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องจริงเป็นสัจจธรรม
การนับถือความศรัทธา จะต้องมาจากใจแท้ๆที่เกิดจากการยอมรับ
เนื่องจากเห็นจริงรู้แจ้งในคำสอนนั้น
ไม่ใช่เกิดจากความกลัวหรือเชื่อตามๆกันมา
Credit image by :http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=thammakittakon&group=20&page=2
Credit by : http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=34265&p=227785#p227785 (http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=34265&p=227785#p227785)
(http://sphotos-e.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/563555_595885460440334_1392106378_n.jpg)
บุคคลเหล่าใด ถูกเทวฑูตทั้งหลายตักเตือนแล้ว
ยังประมาทอยู่
บุคคลเหล่านั้นจะเข้าถึงกำเนิดชั้นเลว
เกิดในนรกประสบทุกข์โศกอยู่สิ้นกาลนาน
(เทวฑูตสุตตปาฐะ)
เติบโต สู่พุทธภูมิ>>ธรรมดีที่น่าทำ
-http://www.facebook.com/groups/
359416604075658/624182277599088/?notif_t=group_activity