กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1
.
อวสานใบอนุโมทนาบัตร! สรรพากร ทำหนังสือด่วนถึงสำนักพุทธ
บริจาคเงินให้วัด ต้องทำผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ใบอนุโมทนาบัตรแบบกระะดาษ ลดหย่อนภาษีไม่ได้อีก เริ่ม 1 ม.ค.2569
.
https://www.honekrasae.com/content/aj0T8gMBhDYA3s8MpdiU
18 สิงหาคม 2568
.
.
อธิบดีสรรพากรร่อนหนังสือด่วนถึงสำนักพุทธ บริจาควัดต้องผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ระบุใบอนุโมทนาบัตรออกเป็นกระดาษได้ แต่บุญหักลดหย่อนภาษีไม่ได้ ชี้วัดยังไม่เข้าระบบต้องรีบไปลงทะเบียนกับสรรพากรพื้นที่-แบงก์ เริ่ม 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป
.
นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องการพัฒนาวิธีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่วัดวาอาราม โดยให้ใช้ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร
.
โดยหนังสือระบุว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อยกระดับบริการภาครัฐให้ประชาชนได้รับความสะดวกและความรวดเร็วเพิ่มขึ้นนั้น กรมสรรพากรในฐานะหน่วยงานที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้บริจาคให้แก่วัดวาอาราม จะดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริจาคให้แก่วัดวาอาราม มูลนิธิ สมาคม กองทุน และองค์การที่ได้รับการประกาศโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส
.
โดยไม่ต้องเก็บหลักฐานการบริจาค และได้รับเงินคืนภาษีรวดเร็วมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระให้หน่วยรับบริจาคไม่ต้องจัดทำและเก็บหลักฐานการรับบริจาคเป็นกระดาษ ตลอดจนเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของหน่วยรับบริจาค
.
การปรับปรุงกฎหมายข้างต้นจะเป็นการกำหนดให้การบริจาคให้แก่วัดวาอาราม มูลนิธิ สมาคม กองทุน และองค์การต่าง ๆ ซึ่งผู้บริจาคได้รับสิทธิหักลดหย่อนเงินบริจาคหรือหักรายจ่ายการบริจาค ต้องใช้ระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรเท่านั้น ทั้งนี้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
.
.
นายปิ่นสาย กล่าวว่า ระบบปัจจุบัน เวลาวัดจะนำมาใช้สิทธิหักรายจ่าย มีทั้งระบบ e-Donation และ แบบการออกใบอนุโมทนาบัตรด้วยมือ ซึ่งการออกด้วยมือ ก็อาจจะมีช่องในการทุจริต คอร์รัปชั่นได้ ดังนั้น สรรพากรจึงกำหนดให้ใช้เฉพาะ e-Donation เท่านั้น โดยวัดที่ยังไม่ได้ใช้ระบบดังกล่าว ต้องไปลงทะเบียนกับสรรพากรพื้นที่ รวมถึงธนาคาร
.
“ต่อไปนี้จะใช้แต่ระบบ e-Donation เมื่อมีการสแกน ข้อมูลก็จะมาขึ้นที่กรมสรรพากรเลย ถ้าไปบริจาคแล้วมีแต่ใบอนุโมทนาบัตร อันนั้นจะได้แต่บุญ แต่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ได้แล้ว ซึ่งการบริจาคผ่าน e-Donation ข้อมูลก็จะมาเข้า D-MyTax ของกรมด้วย ทำให้ผู้เสียภาษีก็ไม่ต้องเก็บเอกสารหลักฐาน เพราะข้อมูลจะเข้าระบบมาโดยอัตโนมัติเลย”
.
อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า สาเหตุที่ปรับ เนื่องจากเป็นแนวทางการพัฒนาการขับเคลื่อนในยุคดิจิทัลของกรมสรรพากร ซึ่งจะทำให้กระบวนการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยจะสอดรับกับระบบ D-MyTax ด้วย
.
.
.*********************.
.
.
ที่มา และ โพสโดย ฐานเศรษฐกิจ
18 สิงหาคม 2568
.
.
สรรพากรรื้อเกณฑ์ลดหย่อนภาษี เงินบริจาควัด มูลนิธิฯลฯ ไม่สามารถใช้ใบอนุโมทนาบัตร ที่ออกโดยวัดได้ ต้องบริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของสรรพากรเท่านั้น เริ่ม 1 ม.ค.69
.
กรมสรรพากรเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเงินบริจาค โดยจะยกเลิกการใช้ ใบอนุโมทนาบัตร เป็นหลักฐานการลดหย่อนภาษี เริ่มมีผลตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยผู้บริจาคไม่ว่า จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล หากต้องการนำเงินบริจาคไปใช้ลดหย่อนภาษี จะต้องทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Donation ของกรมสรรพากร เท่านั้น
.
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เพื่อยกระดับความสะดวก โปร่งใส และลดภาระเอกสาร ทั้งผู้บริจาคและหน่วยรับบริจาค โดยระบบ e-Donation จะทำให้ผู้บริจาคได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องเก็บเอกสารเป็นกระดาษ และหน่วยรับบริจาคไม่ต้องจัดทำใบอนุโมทนาบัตรอีกต่อไป
.
กรมสรรพากรได้ประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้วัดวาอารามทั่วประเทศที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ e-Donation หากยังไม่มีเลขประจำตัวหน่วยรับบริจาคต้องยื่นขอให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 1 มกราคม 2569
.
ขั้นตอนการลงทะเบียนประกอบด้วยการตรวจสอบเลขประจำตัวหน่วยรับบริจาคบนเว็บไซต์กรมสรรพากร และยื่นเอกสารที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ เช่น ใบลงทะเบียน หนังสือรับรองการจัดตั้งวัด และเอกสารแต่งตั้งผู้มีอำนาจแทนวัด สำหรับวัดที่ลงทะเบียนแล้วไม่ต้องดำเนินการซ้ำ
.
#กรมสรรพากร #ใบอนุโมทนา #ภาษี #ลดหย่อนภาษี #ฐานเศรษฐกิจ
.
2
หลายๆโพสยังเข้าไปอ่านไม่ได้ค่ะ

 :29: :16:
3
สุขภาพกับชีวิต / test
« กระทู้ล่าสุด โดย Mckaforce เมื่อ เมษายน 04, 2025, 09:53:00 pm »
aaa
4
สายมูตัวพ่อ! ร่างทรง - คุณไสย - ไร้สติ กว่าจะมาเป็น "ฅนตื่นธรรม" : เรื่องนี้ต้องรู้ 

เรื่องนี้ต้องรู้ Ep.นี้ กับการนำเสนอเรื่องราวของ "อาจารย์เบียร์ ฅนตื่นธรรม" ผู้ที่ออกมาตอบคำถามเกี่ยวกับความเชื่อโดยใช้ธรรมะเป็นพื้นฐานด้วยสไตล์ตรงไปตรงมา จนกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียล
ซึ่งก่อนจะมาเป็นคนตื่นธรรมนั้นอาจารย์เบียร์ก็เคยเป็นทั้งหมอดู ร่างทรง ทำคุณไสยเรียกได้ว่าเป็นสายมูตัวพ่อเลยทีเดียว

อะไรที่ทำให้อาจารย์เบียร์พลิกผันชีวิตมาเป็น "ฅนตื่นธรรม" ในทุกวันนี้ ติดตามชมได้ในเรื่องนี้ต้องรู้ Ep. นี้ครับ

<a href="https://www.youtube.com/v/ytWOfZSdcGs" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">https://www.youtube.com/v/ytWOfZSdcGs</a>
https://youtu.be/ytWOfZSdcGs?si=WdZH7tI0dOwkeGuh
6
อินโดนีเซียมีหลายศาสนา แต่เป็นเอกภาพหนึ่งเดียว 



นับจากอดีต..อินโดนีเซียเป็นดินแดนแห่งความหลากหลายทางศาสนา นับจากการเข้ามาของชาวอินเดียยังดินแดนแถบนี้เมื่อกว่า 2000 ปีที่แล้ว ต่อเนื่องถึงราวพุทธศตวรรษที่ 12 โดยเฉพาะพุทธ และฮินดู

 กระทั่งศาสนาอิสลามเริ่มเข้ามายังหมู่เกาะอินโดนีเซียราวพุทธศตวรรษที่ 18 พวกเขารับเอาหลักการของศาสนาอิสลามเข้ามาผสมผสานกับประเพณีดั้งเดิมของตน เช่นเดียวกันกับที่เคยกระทำเมื่อรับศาสนาฮินดู และศาสนาพุทธมาก่อน รวมทั้งยังนำศาสนาอิสลามออกไปเผยแพร่ตามเส้นทางการค้าต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างกว้างขวางในเวลาต่อมาด้วย

ปัจจุบันอินโดนีเซียมีประชากรที่นับถือศาสนาต่างๆโดยนับถืออิสลามร้อยละ 87.2  รองลงมาคือศาสนาคริสต์ ร้อยละ 9.87   ศาสนาฮินดูร้อยละ 1.69 และศาสนาพุทธอีกประมาณร้อยละ 0.72

       แม้ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นมุสลิม แต่อินโดนีเซียเลือกที่จะไม่ประกาศตนเป็นรัฐอิสลามหรือให้ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ เนื่องจากมองเห็นความจริงทางประวัติศาสตร์ของการอยู่ร่วมกันระหว่างศาสนาต่าง ๆ มาตลอดเวลากว่าพันปี

    อินโดนีเซียเป็นอีกประเทศในโลกที่มีความกลมกลืนกันระหว่างทุก ๆ ศาสนาที่ทำให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้   ตอกย้ำให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับคำขวัญของประเทศที่ว่า (Bhinneka Tunggal lka)   แปลได้อย่างตรงตัวว่า “เอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย” ตอกย้ำถึงการเป็นดินแดนแห่งความหลากหลายของอินโดนีเซียได้อย่างแท้จริง

<a href="https://www.youtube.com/v/JXgVpDzB4dE" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">https://www.youtube.com/v/JXgVpDzB4dE</a>
https://youtu.be/JXgVpDzB4dE?si=z9FhJkTnujSm_XRQ
7


THE FINAL CUT

3 ซีนที่ชอบที่สุดในหลานม่า

 ซีน 1 - อนิจจัง - ความไม่เที่ยง “อั๊วโดนแล้วนะ” อาม่าบอกข่าวร้ายกับเพื่อนที่เป็นมะเร็งเหมือนกันด้วยน้ำเสียงดูปกติ ไม่ทุกข์และออกทางอารมณ์ขันเสียด้วยซ้ำ อาม่าใ้ช้ชีวิตมานานจนเข้าใจความเกิดแก่เจ็บตายได้ดี จนมองว่ามันเป็นธรรมดา เมื่อมันเกิดแล้ว หรือรู้ว่ากำลังจะเกิดและไม่สามารถแก้ได้ เราจะอยู่กับมันอย่างยิ้มรับหรือต่อต้านมันอย่างเป็นทุกข์ ก็เลือกเอา

ซีน 2 -อนิจจา - ความสลดใจ ซีนนี้กระแทกใจมาก ในขณะที่คนเป็นพ่อแม่ไม่เคยมีข้ออ้างในการดูแลลูก แต่ลูกๆกลับมีเหตุผลต่างๆนาๆทั้งที่เป็นช่วงสุดท้ายของชีวิต ทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่า "แม่เลี้ยงลูกหลายคนได้ แต่ลูกหลายคนกลับเลี้ยงแม่คนเดียวไม่ได้" เลี้ยงได้ ไม่ได้นี่ ไม่ได้หมายถึงมีเงิน มีข้าว มีน้ำหรือที่อยู่ให้นะครับ แต่เป็นความเอาใจใส่อย่างจริงใจ ตอนที่ตัวละครเด็กผู้หญิงเอามือแตะหน้าผากอาม่าแล้วพูดว่าโตไปจะเรียนหมอและรักษาอามาเอง ช็อตไร้เดียงสานี้ทำเราน้ำตารื้นเลย เพระทั้งตัวละครผู้ใหญ่และเราเองรู้อยู่แก่ใจอย่างแน่ชัดว่ามันไม่สามารถมีวันนั้นได้จริง(เพราะอาม่ามีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ปีเดียวเอง)

ซีน 3 -อาทร - ความห่วงใย ตอนที่โกโส่ยมาหาอาม่า แม้จะมาดูแลอามาในช่วงสุดท้ายของชีวิตแบบแค่ผ่านๆ แต่ก็ทำให้คนเป็นแม่อย่างอาม่ามีความสุข โกโส่ยเป็นลูกที่ไม่ได้เรื่อง ติดการพนัน การงานไม่มีทำ ชอบไถตังแม่จนถึงขั้นขโมยเงิน แต่ยังไงสำหรับคนเป็นพ่อแม่ถึงลูกจะผิดยังไงลูกก็ยังเป็นลูกเสมอ อาม่าในวันที่ใกล้ตายก็ยังมีความเป็นห่วงและอาทร ตอนโกโส่ยกลับไปอาม่าบอกกับเอ็มว่า ในบรรดาคนที่มาหาอาม่าถ้าโกโส่ยไม่มาจะดีที่สุด เราได้ฟังแค่นี้ก็คิดในใจ อาม่ารังเกียจรำคาญโส่ยงั้นเหรอ? แต่ประโยคต่อมาทำให้เรากระจ่างใจ "เพราะถ้าอีไม่มา แปลว่าอีสบายดี" คำนี้ทำเราจุกอก คนเป็นพ่อแม่ไฉนจะไม่คิดถึง ไฉนจะไม่อยากเห็นหน้าลูก แต่หากแลกกับความสุขสบายของลูก คนเป็นพ่อแม่ก็ยอมทรมานอยู่กับความคิดถึง แม้ตัวเองจะเหงามากๆก็ตาม

<a href="https://www.youtube.com/v//0fksoEJvdLE" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">https://www.youtube.com/v//0fksoEJvdLE</a> 

https://youtu.be/0fksoEJvdLE?si=Xi4Zd_9zrrJzFidW
8
ทราบแล้ว เปลี่ยน จ้า
10
เข้าใจว่า _ไปกดอะไรผิด เลยเข้าเว็บไม่ได้ค่ะ
ขอบคุณน้องบอล
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10